(รีวิวเกมออฟไลน์) Dark Soul II : สานต่อตำนานเกมขว้างจอย!

(รีวิวเกมออฟไลน์) Dark Soul II : สานต่อตำนานเกมขว้างจอย!



ความสำเร็จจากเกมโคตรอภิมหายากทรมาณจิตใจคนเล่นอย่าง Dark Soul จึงทำให้ทางบันได เนมโค ผู้พัฒนาเกมนั้นได้สานต่อมาเป็นภาค 2 ของตัวเกม ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งภาคที่เหล่าเกมเมอร์สายฮาร์คอร์ทั้งหลายไม่ผิดหวังเลยแม้แต่น้อย และแน่นอนว่าสำหรับคนเล่นที่ยังไม่เคยสัมผัสเกมอย่าง Dark Soul มาก่อนก็สามารถสนุกกับเกมนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านภาคแรกมาก่อน เอาหละ มาดูตัวเกมกันคร่าวๆ ดีกว่าครับ



ตัวเกมนั้นจะมีเนื้อเรื่องที่คนเล่นสูญเสียวิญญาณของตนเองไปเนื่องจากติดคำสาป และหนทางเดียวที่จะแก้คำสาปได้ก็คือ เราต้องทำการดูด Soul ของวิญญาณในโลกของ Drangleic เพื่อหาทางให้เรากลับมาเป็นมนุษย์อีกครั้งหนึ่งให้ได้



คนเล่นจะสามารถเลือกอาชีพของตนเองในการเล่นได้อิสระ (ซึ่งอาชีพที่ง่ายที่สุดก็คงไม่พ้นจอมเวทย์) หรือเลือกที่จะ “ไม่มีอะไรติดตัว” เลยเพื่อเพิ่มความท้าทายในการเล่น และคนเล่นจะต้องผจญภัยไปตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อไล่ปราบ Undead และสัตว์ประหลาดต่างๆ เพื่อทำการดูด Soul ของเรามาให้ได้



ตัวเกมเป็นลักษณะการเปิดกว้างและเปิดโอกาสให้คนเล่นไปผจญภัยส่วนไหนของพื้นที่ก็ได้ ไม่ว่าจะไปยังพื้นที่ที่ง่ายตามสเต๊ปตัวเกมหรือจะโผล่ไปแล้วปะทะกับศัตรูระดับโหดๆ ทันทีก็ไม่ผิด มีจุดระบบเซฟวาร์ปเพื่อให้คนเล่นสามารถวาร์ปไปยังเมืองต่างๆ ได้อย่างอิสระ รวมไปถึงการซื้อของหรืออัพเกรดอาวุธด้วย แต่บางอย่างต้องมีเงื่อนไขในการปลดล็อค เช่น ต้องหากุญแจเพื่อให้ช่างตีเหล็กเข้าไปในบ้านได้ เป็นต้น



ทั้งเกมนั้นคนเล่นจะต้องเผชิญกับศัตรูที่พร้อมจะมารุมกระทืบคุณได้ตลอดเวลา และด้วยคอนเชปของเกมนี้นั่นก็คือความยาก คนเล่นจำเป็นต้องใช้ทักษะของการหลบหลีก , จดจำการเคลื่อนไหวของศัตรู รวมไปถึงจังหวะในการโจมตีของตนเองเพื่อสังหารอีกฝ่ายเอง ตัวเกมจะไม่มีตัวช่วยใดๆ ทั้งสิ้น เช่น จะไม่มีกำแพงล่องหนกันไม่ให้คนเล่นตกจากที่สูง ถ้าตกไปก็คือตายทันที



เมื่อคนเล่นตายไปแล้วจะทำให้ดวงวิญญาณของคนเล่นลอยอยู่ในที่ที่เราตาย ทำให้เราจะสูญเสีย Soul ที่เราเก็บมาได้ (ใช้แทนเงิน) และเลือดจะลดลงด้วย แม้ว่าเกมนี้จะมีคอนเชปให้คนเล่นต้องตายซํ้าแล้วซํ้าอีก แต่ตัวเกมก็บีบบังคับว่าห้ามตายบ่อยๆ เพราะนอกจากจะต้องเดินใหม่ด้วยระยะทางเท่าเดิมและต้องปะทะกับศัตรูที่ฆ่าไปอีกรอบแล้ว คนเล่นจะเล่นได้ลำบากขึ้นนั่นเอง



ตัวเกมยังคงใช้คอนเชปของเกมแนวภาษาเหมือนสมัยก่อน นั่นก็คือ แม้ว่าศัตรูบางครั้งจะโง่ แต่เราก็สามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวของศัตรูและใช้ให้มันเป็นประโยชน์ในการโจมตีอีกฝ่ายได้ แต่กระนั้นสำคัญที่สุดก็คือคนเล่นที่จะต้องใช้ทักษะและความอดทนในการเล่นเอง 



จึงทำให้ระบบการปะทะของเกมนี้ค่อนข้างที่จะเร้าใจและท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเผชิญกับศัตรูประเภทบอสขนาดใหญ่หรือเข้ามารุมมากกว่า 1 – 2 ตัว คนเล่นจะต้องใช้สมาธิอยู่กับมันประหนึ่งกำลังรบอยู่จริงๆ เพื่อไม่ให้ตนเองต้องเสียท่าโดนฆ่าตาย อย่างไรก็ตาม หลายจุดตัวเกมก็จะชอบวางกับดัก หรือวางมอนเตอร์มาดักทางเราโดยที่เราอาจไม่รู้ตัวเพื่อแกล้งให้คยเล่นต้องตายเล่นๆ และเป็นอีกสีสันหนึ่งของเกมนี้ที่เกิดเป็นวลีของเกม “ขว้างจอย” นั่นเอง



ตัวเกมนั้นแต่เดิมใช้พัฒนาลงบนเครื่องคอลโซลอย่าง PS3 ทำให้กราฟฟิกในเกมอาจจะไม่ได้ดูคมกริบเท่าไหร่นักและหลายฉากยังมีความหยาบอยู่บ้าง แต่สำหรับเวอร์ชั่น PC นั้นจะมีความละเอียดที่สูงกว่าคอนโซล ดังนั้นสำหรับคอเกมที่ชอบเสพกราฟฟิกก็จะสามารถเสพภาพอลังการได้บ้าง แต่ที่เป็นข้อดีคือ มันจะไม่ได้กินสเปคสูงมากด้วยนั่นเอง



ในเกมจะเน้นให้ความสำคัญกับระบบเสียงมากกว่า เพราะนอกจากเสียงประกอบชวนอลังการและเสียงสภาพแวดล้อมที่น่าสะพรึงแล้ว คนเล่นจะต้องใช้เสียงในการจับตำแหน่งอีกฝ่ายโดยเฉพาะมีพวกมันแอบดักรอเราอยู่รึเปล่านั่นเอง ดังนั้นเกม Dark Soul II จึงเป็นอีกเกมที่มีระบบเสียงที่ดีมากๆ เลยหละครับ



ตัวเกม Dark Soul II นั้นจะเหมาะสำหรับคนเล่นชาวฮาร์คคอร์ที่ชอบความท้าทายในการเล่น เพราะเรายิ่งตายบ่อย จะทำให้เราจับทริคในการเล่นได้ ขณะเดียวกัน ก็ไม่เหมาะกับคนเล่นที่ไม่มีความอดทนในการเล่น หรือแนวเกมที่เล่นยากๆ เพราะก็ต้องยอมรับว่าเกม Dark Soul II ยากจริงๆ (ซัดกับมอนเตอร์บางทียังกับซัดบอส) แต่ก็นั่นแหละว่า มันคือเสน่ห์หนึ่งของเกมนี้ที่จะทำเอาคนเล่นทรมาณจนอยากขว้างจอยทิ้ง อยากร้องไห้ออกมาด้วยความตึงเครียด และนั่นก็จะทำให้สนุกอยู่กับมัน โดยเฉพาะเมื่อคนเล่นสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้เรื่อยๆ นั่นเองครับ 



จุดเด่น
– คงระดับความยากของตัวเกมได้ดีเหมือนเดิม
– ความท้าทายไม่เคยลดลง และมีตลอดตั้งแต่ต้นเกม
– โลกที่เปิดกว้าง มอบอิสระในการเล่น
– เกมไม่ได้กินสเปคมาก และเสียงทำออกมาได้ดีมาก
– เกมเพลแสนเรียบร้อย แต่ท้าทายชาวเกมเมอร์ฮาร์คคอร์

ข้อเสีย
– เกมเพลบางจุดยังมีบั๊กอยู่ แต่ตัวเกมจะมีการออกแพตซ์แก้ไขออกมาเรื่อยๆ
– กราฟฟิกไม่ได่สวยคมกริบเท่าไหร่นักเพราะเป็นเกมที่พัฒนาบนลงคอลโซลแต่แรก
– ไม่เหมาะกับคนเล่นที่เกลียดความยากและเด็กๆ เพราะเกมมันยากบรรลัยจริงๆ

เกม Dark Soul II วางจำหน่ายแล้วในราคา 899 – 990 บาทกับทางตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ส่วนเวอร์ชั่นที่วางจำหน่ายบน STEAM จะอยู่ที่ราคา 1,599 บาท สะดวกผ่านช่องทางไหนก็สามารถซื้อกับทางช่องทางนั้นได้เลยนะครับ

ลิ้งหน้าร้านค้าบน STEAM     – http://store.steampowered.com/app/236430/

 



ขอขอบคุณ : ตัวเกมสำหรับการเขียนรีวิวโดย Namco Bandai Games



Comments

comments