อดีตพนักงานไวรัสชี้แจง ประเด็นที่ทางไวรัสกล่าวอ้าง ไม่เป็นจริง

 

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา กลุ่มอดีตพนักงานของไวรัส สตูดิโอ ได้จัดงานแถลงข่าวเพื่อชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้กับสื่อมวลชนรับทราบ ในเรื่องของการถูกเลิกจ้างของการบริษัท ไวรัส สตูดิโอ และโต้แย้งในประเด็นที่ทางไวรัส สตูดิโอกล่าวอ้างขึ้น ณ ร้าน GLHF gameshop เมโทร มอล สถานีรถไฟฟ้าอโศก ที่ผ่านมา

สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นและคำชี้แจงจากทางฝั่งของบริษัทไวรัส สตูดิโอ นั้น สามารถอ่านรายละเอียดได้ลิ้งข้างล่างนี้ครับ

ในส่วนของประเด็นที่ทางอดีตพนักงานของบริษัท ไวรัส สตูดิโอ ที่โดนบอกเลิกจ้างนั้น ได้มีประเด็นหลายเรื่องให้เราได้คิดหลายประเด็น จึงขอสรุปแยกประเด็นออกมาตามดังนี้นะครับ (จะมีบางประเด็นที่จะเชื่อมโยงจากงานแถลงข่าวที่ทางไวรัส สตูดิโอ ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายนนะครับ)

ประเด็นที่ 1

ทางอดีตกลุ่มพนักงานบริษัทไวรัส สตูดิโอ ได้เดินทางมาทำงานตามปกติ แต่แล้วก็พบว่าเฟอร์นีเจอร์และข้าวของเครื่องใช้นั้นหายไป รวมไปถึงทรัพย์สินของใช้ส่วนตัวของอดีตกลุ่มพนักงานก็หายไปด้วย ตรงจุดนี้ทางคุณรัสรันทร์ บุญวัศนพิศุกทธิ์ ประธานกรรมการบริษัท ไวรัส สตูดิโอ จำกัด ได้ชี้แจงในวันแถลงข่าวว่า ได้ขนย้ายเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ของบริษัทเท่านั้น และไม่ได้มีจุดประสงค์จะย้ายหนี แต่ย้ายเพื่อเปลี่ยนสำนักงานใหม่เท่านั้น แต่ไม่ได้บอกให้ทราบล่วงหน้า เพราะมีกลุ่มพนักงานทั้งหมด 14 คน ที่กำลังจะเลิกจ้างอยู่แล้ว และกลัวว่าทางกลุ่มพนักงาน 14 คนนั้นถ้ารู้เรื่องการขนย้าย อาจจะขโมยข้อมูลไปก็ได้

ทางอดีตกลุ่มพนักงานบริษัทไวรัส สตูดิโอ นั้นได้ชี้แจงว่า ในส่วนของ 14 คนนั้นไม่ทราบว่ามีใครบ้าง ในส่วนของการขโมยฐานข้อมูลนั้น ได้มีการชี้แจงว่า ปกติทางบริษัทเขาได้มีการแบ็คอัพข้อมูลเก็บเอาไว้ตลอด ไม่ว่าจะมีการทำลายเท่าไหร่ก็ตาม ก็สามารถแบ็คอัพข้อมูลมาได้ตลอด และเหตุที่บอกว่าย้ายเฟอร์นิเจอร์นั้น ปรากฎว่ามีการเอาออกไปทั้งประตู , วงกบ , สายไฟ , ผ้าม่านออกไปชด้วย ซึ่งได้มีการเปิดคลิปให้ดูในยูทูป ซึ่งหมายความว่า จากที่คุณรัสรันทร์ ได้บอกว่าวันจันทร์จะมาเปิดประตูเพื่อให้พนักงานมาเก็บของนั้น มันไม่จำเป็นแล้ว เพราะมันไม่มีประตูเลย เดินเข้าเดินออกได้ตามสบาย

ทั้งนี้ ได้มีการชี้แจงว่า ที่ทางคุณรัสรันทร์ บอกว่าพนักงานมีอารมณ์รุนแรงนั้น ได้เปิดคลิปให้ดู ซึ่งมีคลิปอย่างอื่นนอกเหนือจากคลิปที่โพสลงยูทูปด้วยว่า มีอารมณ์รุนแรงกันจริงรึเปล่า ? ซึ่งภาพที่ให้เห็นในคลิปนั้น ก็ไม่ได้มีพนักงานมีอารมณ์รุนแรงแต่อย่างใด ยังมีหัวเราะตลกโปกฮากันอยู่

โดยทางอดีตกลุ่มพนักงานนั้นได้โชว์ใบแจ้งความเพื่อเป็นการยืนยันว่ามีทรัพย์สินส่วนตัวของพนักงานหายไปจริง

ประเด็นที่ 2

คุณรัสรันทร์ได้กล่าวจากในงานแถลงข่าวว่า ในวันนั้นไม่มีพนักงานคนไหนที่จะโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาเลยทั้งทางมือถือและ E-mail ซึ่งได้แจ้งว่า E-mail นั้นไม่ได้เปลี่ยน ส่วนเบอร์มือถือนั้นเปลี่ยนแต่ไม่ได้แจ้งให้พนักงานทราบ

อดีตกลุ่มพนักงานบริษัทไวรัส สตูดิโอ นั้นได้ชี้แจงว่า ในวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน นั้น ได้มีเพื่อนร่วมงานกว่า 30 คน ได้พยายามที่จะโทรติดต่อ แต่ก็ไม่สามารถติตด่อได้ ทั้งนี้ได้พยายามติดต่อไปยังคุณอารียา มิลินธนาภา ซึ่งเป็นเลขาของบริษัท ก็ไม่สามารถติตต่อได้ รวมไปถึงพยายามติดต่อผู้ช่วยส่วนตัวก็ไม่สามารถติดต่อได้ด้วย ซึ่งพยายามโทรติดต่อทั้งวัน ทั้งทางมือถือ MSN , SMS และ Facebook ซึ่งปรากฎว่า ทางคุณรัสรันทร์ , คุณอารียา และผู้ช่วยนั้นได้ปิด Facebook เอาไว้เลย จึงไม่สามารถติดต่อผ่านทาง Facebook ได้ ซึ่งในงานแถลงข่าวนั้น ก็ได้มีคลิปวีดีโอที่ไม่ได้อัพขึ้นยูทูป เป็นภาพการพยายามโทรติดต่อทั้งคุณรัสรันทร์ และคุณอารียา (มีเบอร์และชื่อขึ้นในมือถือชัดเจนจากในคลิป) ซึ่งเสียงที่ดังออกมาจากมือถือนั้นก็คือ ไม่สามารถติดต่อเลขหมายปลายทางได้ ซึ่งทางอดีตกลุ่มพนักงานบริษัทได้พยายามโทรติดต่อทั้งวัน แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้

และเมื่อถามถึงการติดต่อทาง E-mail นั้น ทางอดีตกลุ่มพนักงานบริษัทได้ชี้แจงว่า ในออฟฟิคนั้นไม่มีคอมพิวเตอร์อะไรอยู่เลย แต่ก็ไม่ได้ติดต่อทาง E-mail จริง เนื่องจากว่าอยากติดต่อทางบุคคลมากกว่าส่งข้อความ ซึ่งการติดต่อผ่านอินเตอร์เนตนั้นก็ไม่สามารถติดต่อผ่านทาง facebook ได้อย่างที่กล่าว

ประเด็นที่ 3

คุณรัสรันทร์ได้กล่าวจากในงานแถลงข่าวว่า การขนย้ายเฟอร์นิเจอร์นั้นเพื่อย้ายไปออฟฟิคใหม่ซึ่งไม่ได้มีจุดประสงค์ในการย้ายหนี แต่ย้ายเพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจต่อไป

อดีตกลุ่มพนักงานบริษัทไวรัส สตูดิโอ ได้ชี้แจงว่า ในวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน ได้ไปสอบถามทางเจ้าหน้าที่ที่ดูแลอาคารกรุงเทพธุรกิจ ปรากฎว่าทางเจ้าหน้าที่ ซึ่งรวมไปถึง รปภ. ด้วย ได้กล่าวว่า ได้มีการแจ้งจากทางไวรัส สตูดิโอ ว่า จะขอยุบเช่าห้อง จากที่เช่า 2 ห้อง เหลือแค่ 1 ห้อง ซึ่งได้มาแจ้งเอาไว้เมื่ออาทิตย์ที่แล้วก่อนวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน (ซึ่งขัดแย้งที่ทางคุณรัสรันทร์ แจ้งในงานแถลงข่าวว่า ได้บอกทางอาคารล่วงหน้า 1 เดือน) ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของอาคารก็พยายามโทรติดต่อทางคุณรัสรันทร์ และคุณอารียาเช่นเดียวกัน แต่ก็ไม่สามารถโทรติดต่อได้

เจ้าหน้าที่ฝ่ายอาคารได้แจ้งให้กลุ่มอดีตพนักงานทราบว่า นายอารียา มิลินธนภา ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายอาคารกรุงเทพธุรกิจว่า “ทางบริษัท ฯขอคืนพื้นที่ครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งจะปรับปรุงพื้นที่ใหม่ เนื่องจากบริษัทต้องการปรับลดกำลังคน จึงขอขนย้ายเฟอร์นิเจอร์เก่าออกเพื่อจะนำเฟอร์นิเจอร์ใหม่เข้ามาเปลี่ยน” ฝ่ายอาคารจึงมีจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องระงับการจ่ายไฟฟ้า และทำการปิดพื้นที่ของสำนักงานและหรือสถนที่ทำงาน เพื่อให้ฝ่ายกฎหมายของอาคารกรุงเทพธุรกิจ ดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

คลิปเผยว่าเจ้าหน้าที่ของฝ่ายอาคารได้เดินเข้ามาตรวจสภาพออฟฟิค

ภายหลังฝ่ายอาคาร ฯ ปิดพื้นที่ของสำนักงานและหรือสถนที่ทำงาน กลุ่มอดีตพนักงานจึงตัดสินใจร่วมกันเดินไปที่กรมแรงงาน ฯ เพื่อแจ้งให้กรมแรงงานทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเจ้าหน้าที่จากกรมแรงงาน ฯ ได้แนะนำให้กลุ่มอดีตพนักงานทั้งหมด ทราบถึงสิทธิ์ทางกฎหมายของลูกจ้าง และแนะนำแนวทางการดำเนินคดี หลังจากได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ กลุ่มอดีตพนักงานจึงนัดหมาย เพื่อรวมตัวกันไปแจ้งเจ้าหน้าที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเขตพื้นที่ 8 ในวันถัดมา

ประเด็นที่ 4

คุณรัสรันทร์ได้กล่าวจากในงานแถลงข่าวว่า หลังจากวันจันทร์นั้นก็ยังไม่มีการติดต่อจากอดีตกลุ่มพนักงาน และก็ไม่สามารถติดต่อกับทางกลุ่มอดีตพนักงานได้เลย ราวกับว่าพวกเขาปิดเครื่อง

อดีตกลุ่มพนักงานบริษัทไวรัส สตูดิโอ ได้ชี้แจงว่า หลังจากวันจันทร์นั้นก็หมดอารมณ์ที่จะโทรติดต่อแล้ว โดย ในวันอังคารที่ 7 มิถุนายน 2554 กลุ่มอดีตพนักงานจำนวน 28 คน ได้เดินทางไปร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเขตพื้นที่ 8 เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว และทางเจ้าหน้าที่ ฯ จะเรียกบริษัท ฯ มาให้การแก่เจ้าหน้าที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานต่อไป

อย่างไรก็ตาม กลุ่มอดีตพนักงานได้เดินทางไปที่สำนักงาน เพื่อรอการติดต่อจากบริษัท ฯ ติดต่อกันทุกวัน จนกระทั่งได้รับทราบจากสื่อ ภายหลังจากบริษัท ฯ เปิดแถลงการณ์กับสื่อมวลชนที่ได้รับเชิญเป็นการส่วนตัวจากบริษัท ฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา

ซึ่งได้มีกลุ่มอดีตพนักงานบางส่วนได้ถอนเรื่องจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเขตพื้นที่ 8 แล้ว เพื่อนำเรื่องดังกล่าวดำเนินการทางกฎหมายด้วยตนเองต่อไป อนึ่ง ทั้งนี้กลุ่มอดีตพนักงานบางส่วนที่ถอนเรื่องจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเขตพื้นที่ 8 แล้ว ขอสงวนสิทธิ์ในการยื่นเรื่องดังกล่าวกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเขตพื้นที่ 8 ในโอกาสต่อไป

ทั้งนี้ได้มีการชี้แจงด้วยว่า ในวันอังคารที่ 7 นั้น พนักงานบางส่วนก็ได้ออกหางานทำใหม่ด้วย

ประเด็นที่ 5

คุณรัสรันทร์ได้กล่าวจากในงานแถลงข่าวว่า หลังจากวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน มีพนักงานได้ติดต่อเข้ามากับทางบริษัทแล้ว 2 คน และจำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงานทั้งหมด 28 คน ที่ปรากฎในคลิปทั้งหมด

แต่อดีตกลุ่มพนักงานบริษัทไวรัส สตูดิโอ ได้ยืนยันว่า ไม่มีใครติดต่อกับทางบริษัทเลยสักคนหนึ่ง และในคลิปนั้นก็ได้ชี้แจงว่า มีกันราวๆ แค่ 14 คนเท่านั้น และเกือบครึ่ง ก็เห็นแต่ด้านหลัง ไม่เห็นหน้า และคนที่ถูกเลิกจ้างนั้น หนึ่งในนั้นก็เป็นแม่บ้านด้วย เลยเกิดข้อสงสัยว่า แม่บ้านนั้นจะเกี่ยวกับการขโมยข้อมูลของทางบริษัทได้อย่างไร

ประเด็นที่ 6

คุณรัสรันทร์ได้กล่าวจากในงานแถลงข่าวว่า กลุ่มพนักงานทั้งหมด 14 คน นั้นได้กระทำความผิดกับทางบริษัท เช่น มาสาย ทำงานไม่ตรงเวลา หรือ ใช้สถานที่ทำงานเป็นที่หลับนอน ซึ่งได้ตักเตือนทั้งวาจาและลายลักษณ์อักษรแล้ว ทำให้คิดตัดสินใจในการเลิกจ้าง

อดีตกลุ่มพนักงานบริษัทไวรัส สตูดิโอ ได้เล่าเรื่องก่อนเกิดเหตุในวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายนว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุ พวกเขาไม่สามารถติดต่อกับคุณรัสรันทร์ ได้ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม และก่อนหน้านั้น ทางบริษัทได้มีการปรับเปลี่ยนเวลาทำงาน จาก 10.00 น. – 19.00 น. เป็น 9.00 น. – 18.00 น. ซึ่งทางคุณอารียาได้มาแจ้งแทนคุณรัสรันทร์ (มีคลิปโชว์ให้ดูด้วยว่ามีการประชุมจริง โดยเป็นคลิปแอบถ่ายการประชุม) แต่ทั้งนี้ ทางคุณอารียา กึ่งบังคับให้พนักงานที่มาสายในเวลาใหม่ ให้เซ็นรับทราบไล่เบี้ยย้อนหลังว่ามาสาย (ตามเวลาใหม่) ตั้งแต่ต้นปีเลย ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่ก็ไม่เซ็นรับทราบกัน

คลิปเผยการประชุมเรื่องการเปลี่ยนแปลงวันเวลาเข้าทำงาน

ในส่วนของบทลงโทษของการมาสายนั้น ทางบริษัทจะหักเงินเดือนรายวัน และถ้ามาสายครบ 3 ครั้ง ก็จะถูกหักเงินเดือนในเดือนนั้นๆ ทันที ซึ่งก็ได้เปิดเผยว่ามีพนักงานที่โดนหักเงินเดือนไปแล้วจริงๆ แต่ก็ไม่ได้บ่นอะไร เพราะก็รับทราบดีว่าเป็นความผิดของตน และหลังจากการปรับเปลี่ยนเวลาในครั้งนี้ส่งผลกระทบกับพนักงานบางส่วนอย่างมาก เนื่องจากพนักงานบางคนบ้านอยู่ไกล แต่ทุกคนก็ยอมมาทำงานตรงเวลาได้ตามปกติโดยไม่โต้แย้งหรือเรียกร้องอะไร เนื่องจากไม่อยากให้มีปัญหาอะไร

เอกสารบทลงโทษ ว่าถ้ามีการมาสายครบ 3 ครั้งจะโดนหักเงินเดือนจริงๆ

เรื่องของการทำงานนั้น เนื่องจากทางบริษัทได้มีการรับงานมาจากที่อื่นด้วย โดยเฉพาะงานของบริษัท EA ของสหรัฐอเมริกา เช่น การออกแบบฉากของเกม Alice Madness Returns เป็นต้น ซึ่งในการทำงานนั้น ก็ต้องให้ทางหัวหน้าแผนกเป็นฝ่ายเช็ดว่างานเรียบร้อยหรือให้แก้ไหม ถ้าต้องแก้ ก็ต้องแก้ไปจนกว่าจะเสร็จ และเวลาของประเทศไทยกับทางสหรัฐอเมริกานั้นไม่ตรงกัน เอาง่ายๆ ก็คือ กลางคืนฝั่งเขาจะเป็นกลางวันฝั่งเรา ทางพนักงานก็ต้องรอทางสหรัฐตอบกลับหรือรับงานไปตรวจเช็ดด้วย เรียกได้ว่าต้องนอนรอกันบนโซฟากันเลยทีเดียว เป็นเหตุที่ทำให้ต้องมานั่งทำงานกันจนดึกดื่น จนถึงตี 1 ตี 2 กัน ซึ่งก็จะกลับบ้านกันไม่ได้เพราะรถหมดแล้ว ก็ต้องอาศัยที่ออฟฟิคเป็นที่ค้างคืนไป และบางส่วนที่กลับไป ก็ต้องกลับมาตอกบัตรเพื่อให้มาทำงานตรงเวลา 9.00น. ด้วย และการทำงานล่วงเวลาแบบนี้ ทางกลุ่มพนักงานก็ไม่ได้รับเงินค่า OT เลยแม้แต่น้อย โดยพนักงานที่อยู่ตั้งแต่บริษัทเปิดแรกๆ นั้น ได้กล่าวว่า ทำงานกันจนถึงรุ่งสางกันบ่อยๆ

บัตรตอกเข้าเวลาของพนักงานคนหนึ่ง ที่ยืนยันว่าพวกเขามาทำงานตรงเวลาจริงๆ

ประเด็นที่ 7

คุณรัสรันทร์ได้กล่าวว่า ทางบริษัทไม่ได้ค้างค่าเช่า ได้จ่ายไปครบหมดแล้ว

แต่ทางอดีตกลุ่มพนักงานบริษัทไวรัส สตูดิโอ ได้ชี้แจงว่า ทางบริษัทติดค้างค่าเช่าจริงๆ โดยมีหลักฐานเป็นสำเนาเอกสารใบแจ้งหนี้ของอาคารกรุงเทพธุรกิจมาให้สื่อมวลชนได้เห็น

ประเด็นที่ 8

มีอีกเรื่องที่น่าสังเกตก็คือ ในงานแถลงข่าวของวันที่ 10 มิถุนายนนั้น คุณรัสรันทร์ ได้กล่าวว่า ได้มีการส่งจดหมายบอกเลิกจ้างในวันพุธที่ 8 มิถุนายน

ซึ่งทาง อดีตกลุ่มพนักงานบริษัทก็ได้นำจดหมายที่บอกเลิกจ้างมาโชว์ให้ดู ซึ่งเนื้อหาในจดหมายนั้นไม่ได้ให้เงินค่าชดเชยแต่อย่างใด และทางกรรมการผู้บริหารได้มีการเซ็นลงนามเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน แต่กลับให้พนักงานเซ็นรับทราบย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมว่าได้กระทำความผิดมาตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม เลยทีเดียว และการส่งจดหมายนั้น ก็ได้ส่งมาตามที่อยู่บัตรประชาชน ที่อยู่ภูมิลำเนาของพนักงานบางคนก็อยู่ต่างจังหวัดด้วย

และสุดท้ายนี้ ทางอดีตกลุ่มพนักงานบริษัท ก็ได้กล่าวว่า ตนเองต้องการแค่เงินค่าชดเชยตามกฎหมายที่ควรได้รับเท่านั้น จะไม่แจ้งเรียกความเป็นธรรมไปกับสื่ออื่น (เช่น หนังสือพิมพ์ หรือสื่อโทรทัศน์) เพราะไม่อยากให้เรื่องยาวไปมากกว่านี้ ถ้าทางบริษัทจัดงานแถลงข่าวหรือเรียกตัวไปพบ ก็อยากที่จะเปิดอกพูดคุยกัน ส่วนจะมีพนักงานคนไหนอยากกลับไปเข้าไปทำงานอีกรึไม่นั้น ก็อยู่ที่วิจารญาณของแต่ละคนเสียมากกว่า

หลักฐานที่ทางอดีตกลุ่มพนักงานบริษัทไวรัส สตูดิโอ ได้นำมาแถลงข่าวให้สื่อมวลชน
– ใบแจ้งความเรื่องของหาย
– คลิปประกอบจากงานแถลงข่าวของวันที่ 10 มิถุนายน ที่คุณรัสรันทร์ ได้ชี้แจงสื่อมวลชนเพื่อเป็นข้อโต้แย้งและชี้แจงกับสื่อมวลชนทราบ
– คลิปสภาพของออฟฟิคเมื่อวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน ซึ่งประกอบไปด้วย คลิปที่ลงในยูทูป , คลิปที่พยายามติดต่อกรรมการผู้บริหารของบริษัท , คลิปที่มีเจ้าหน้าที่อาคารมาตรวจสอบและพยายามโทรติดต่อ รวมไปถึงภาพนิ่งด้วย
– คลิปแอบถ่ายการประชุมเรื่องการเปลี่ยนแปลงเวลาทำงานเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม
– เอกสารหนังสือที่ร้องเรียนกระทรวงแรงงาน
– หนังสือบอกเลิกจ้างของทางบริษัท ไวรัส สตูดิโอ
– ซองจดหมายบอกเลิกจ้าง โดยมีที่มาจากบริษัท ไวรัส สตูดิโอ
– บันทึการตักเตือนด้วยวาจาของพนักงานบริษัทคนหนึ่ง ที่มาสาย วันที่ 9 พฤษภาคม ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ถ้ามาสายครบ 3 ครั้ง จะโดนหักเงินเดือนจริงๆ
– บัตรตอกเวลาทำงาน เพื่อแสดงให้เห็นว่าพนักงานมาทำงานตรงเวลาจริงๆ

** หลักฐานทุกอย่าง อดีตพนักงานของบริษัทไวรัส สตูดิโอ ยอมให้เปิดเผยชื่อพนักงานจริงๆ ซึ่งต่างจากงานแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน ที่ทางคุณรัสรันทร์ ไม่ยอมเปิดเผยชื่อพนักงาน

Comments

comments