รีวิว POCO F2 Pro สเปคเทพราคาไม่แรง กล้องดี เล่นเกมคุ้มแน่นอน

รีวิว POCO F2 Pro สเปคเทพราคาไม่แรง กล้องดี เล่นเกมคุ้มแน่นอน

อีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่น่าจับตามอง หลังจากรุ่นแรกออกมาแล้วก็ได้ตีตลาดแทบแตกเพราะใช้สเปคแรงอย่าง Snapdragon 845 แต่กลับขายในราคาหมื่นนิดๆ ตอนเปิดตัว และตอนนี้รุ่นสองก็ได้ออกมาดแล้ว พร้อมใช้ Snapdragon 865 รุ่นเรือธง ถึงแม้ราคาจะเขยิบมาที่ 17,999 บาท (หมื่น 8 ทอนบาทนึง) แต่ก็ยังถือว่าถูกกว่ามือถือเรือธงอยู่ดี แต่จะคุ้มจริงรึไม่ มาดูกันครับ

สเปคหลักๆ ของตัวเครื่อง

  • Snapdragon 865 (พร้อมรองรับ 5G)
  • เทคโนโลยีระบายความร้อน LiquidCool Technology 2.0
  • ขนาดหน้าจอ 6.67 นิ้ว AMOLED
  • ใช้ Corning®️ Gorilla®️ Glass 5
  • กล้อง 4 เลนส์ 64MP Sony IMX686 พร้อม AI และอัดวีดีโอได้ 8K
  • แบตเตอร์รี่ 4700 mAh พร้อมซาร์จไว 30W

จอใหญ่ขึ้น แต่สัมผัสแบบเดิม

จุดเด่นของ POCO F2 Pro เลยก็คือขนาดจอที่ใหญ่กว่าเดิมมากๆ จนเรียกได้ว่าคนละแบบกับรุ่นแรกกันเลยทีเดียว นั่นเพราะกล้องหน้าจะเปลี่ยนเป็นกล้องป็อบอัพแทนและไม่มีติ่งหรือเจาะรูบนเครื่อง จึงทำให้หน้าจอนั้นแสดงผลออกมาได้เต็มตากว่าเดิมมากๆ

แน่นอนว่าถ้าเล่นเกมที่รองรับขนาดหน้าจอกว้างสุดๆ หรือเอาไปดูบน Netflix ในบางเรื่องก็จะสามารถสัมผัสหน้าจอที่กว้างกว่าเดิมมากๆ บอกได้เลยว่าถ้ากำลังมองหามือถือที่มีขนาดใหญ่ ตัวนี้จะเหมาะสมเอาไปใช้อย่างมาก แต่ถ้าเป็นเกมบางตัวที่ไม่ได้รองรับจอใหญ่ขนาดนี้ก็จะเหลือขอบข้างๆ เอาไว้

แต่ในแง่ของการสัมผัสนั้นจะไม่ได้แตกต่างจากรุ่นแรกเลย ปุ่มปิด-เปิดเครื่อง ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง มาแบบตำแหน่งเดิมเด๊ะๆ ทำให้คนไหนจับรุ่นแรกมาแล้ว ก็จะชินมือกับรุ่นสองได้ในทันทีแม้ว่าจะมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่าก็ตาม

ตามสเปคนั้น หน้าจอมีขนาด 6.67 นิ้ว AMOLED ด้วยเซ็นเซอร์สภาวะแสงแบบ 360 องศา อัตราคอนทราสต์สูงถึง 5000000:1 สามารถปรับให้ภาพสว่างขึ้นสูงสุดถึง 500 nits (typ) / 800 nits (HBM) ที่ และมีระบบ HDR10+, การปรับแสงสว่างอัตโนมัติ (DC) และโหมด Sunlight 2.0 ซึ่งถ้าเทียบกับรุ่นแรกแล้ว จอตัวรุ่นสองดีกว่ามากจริงๆ

ดีกว่ายังไง? คำตอบก็คือด้านที่สู้แสงได้ดีกว่ามากๆ ตัวรุ่นนี้จะสามารถสู้แสงกลางแจ้งและสว่างกว่ารุ่นแรก ระดับที่ว่าหากแสงไม่ได้แดดจัดเกินไป ก็สามารถเปิดเล่นเกมหรือดูหนังได้สบายๆ เลย ส่วนการเล่นที่มืดก็จะมีแสงถนอมสายตามาให้ เทียบกันแล้ว แสงหน้าจอของรุ่นสองดีกว่ารุ่นแรกอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนข้อเสียของรุ่นแรกนั้นจะแอบตามมารุ่นสองด้วยนิดหน่อย คนไหนเคยใช้รุ่นแรกมาก่อนจะรู้ดีว่าบางทีจะเกิดปัญหาทัชเพี้ยนหรือจู่ๆ ก็ขยับเอง จากการที่ใช้รุ่นสองมาเป็นเวลาสองอาทิตย์ แม้ว่าจะยังไม่เจอทัชหลอนแบบรุ่นแรก แต่ในแง่ความแม่นยำของการกดนั้นก็ไม่ได้ดีเมื่อเทียบกับมือถือเรือธง ออกมาแบบธรรมดาๆ เสียมากกว่า

อีกจุดเด่นหนึ่งของรุ่นนี้ก็คือ หน้าจอได้ใช้ Corning®️ Gorilla®️ Glass 5 ครอบเอาไว้ทั้งหน้าและหลัง แม้ว่าจะไม่ได้ใช่รุ่น 6 ที่กันหน้าจอกระแทกได้ดีกว่า แต่ก็สามารถป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีระดับหนึ่ง แต่ก็ยํ้าว่า หน้าจอไม่ใช่ Corning®️ Gorilla®️ Glass รุ่น 6 จึงไม่รองรับแรงกระแทกที่ตกโดยเฉพาะแบบหน้าคว่ำ แนะนำให้ไปติดฟิล์มกันกระแทกช่วยเสริมเอาไว้จะดีกว่าครับ

แบตอย่างถึก ซาร์จอย่างไว

ส่วนตัวของคนเขียนที่ได้ใช้รุ่นแรกอยู่แล้ว ขนาดมือถือผ่านมาปีกว่าๆ แบตเตอร์รี่ยังถึก ระดับที่ว่าเปิดแชร์เน็ตไปด้วยพร้อมกันหลายเครื่อง แล้วฟาร์มเกมแบบปรับกราฟฟิกสุดไปด้วยก็ยังอยู่ได้ทั้งวัน แน่นอนว่ารุ่นสองเองก็มีจุดเด่นเรื่องแบตเตอร์รี่ที่ถึกและซาร์จไวเหมือนกัน แน่นอน ช่องเสียบสายซาร์จคือ TYPE C

ตามสเปคนั้น ใช้แบตเตอร์รี่ 4700mAh พร้อมชาร์จไวถึง 30 วัตต์ ที่สามารถชาร์จได้ถึง 64% ภายใน 30 นาทีและ 100% ใน 63 นาที คนเขียนอาจไม่ได้ทดสอบแบบที่เจ้าอื่นทดสอบ แต่ได้ลองทดสอบโดยการเปิดเล่นเกมแบบตั้งกราฟฟิกสูงสุดติดต่อกันแบบไม่กดออกจากเกมเลย ก็พบว่าสามารถเล่นเกมได้ติด่อกันแบบ 6 – 7 ชั่วโมงได้สบายๆ (แลกกับเครื่องร้อนจี๋เพราะทำงานหนัก) ดังนั้นเครื่องเดียวเอาอยู่สบายๆ

กล้องพัฒนาขึ้น เพิ่มฟีเจอร์ให้ถ่ายสนุกขึ้น

ตามสเปคแล้ว POCO F2 Pro มีกล้องหลังมาให้ถึง 4 ตัว พร้อมเซ็นเซอร์ Sony IMX686 กล้องเลนส์อัลตร้าไวด์ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มุมมอง 123 องศา เลนส์มาโครความละเอียด 5 ล้านพิกเซลและเลนส์ depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ซึ่งด้วยสเปคแบบนี้แน่นอนว่าย่อมถ่ายภาพออกมาได้สวยแน่นอน และถ้าว่ากันตรงๆ ก็ถ่ายออกมาสวยจริงๆ

เลนส์ WIDE
เลนส์ปกติ
เลนส์ซูม 2 เท่า ไม่เสียรายละเอียด

เทียบกับรุ่นแรกแล้ว ภาพที่ถ่ายออกมานั้นมีการเก็บรายละเอียด ดีเทลออกมาคมชัดกว่ามาก ระดับที่ว่าซูมภาพเข้าก็ยังชัด แถมยังมีกล้องมาให้ถึง 3 ระยะในกล้องกลัง คือมุมกว้าง, มุมปกติ และเลนส์ซูม 2 เท่าโดยไม่เสียรายละเอียด ใช้ได้ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ จึงทำให้ถ่ายได้สนุกกว่าเดิม

นอกจากนี้โหมดวีดีโอได้รองรับการถ่ายทุกไซส์พร้อมครบโดยไม่ต้องรออัพเดตเหมือนรุ่นแรก และมาพร้อมกับการถ่ายสเกลใหญ่ระดับ 8K ซึ่งงานภาพของกล้อง POCO เองก็ถ่ายออกมาได้ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว และยังมีเพิ่มโหมดใหม่ อย่างจับการเคลื่อนไหวของวัตถุ และ ตั้งเส้นตรงให้เพื่อให้ถ่ายวีดีโอออกมาได้ดีขึ้นด้วย

นอกจากนี้โหมดวีดีโอได้รองรับการถ่ายทุกไซส์พร้อมครบโดยไม่ต้องรออัพเดตเหมือนรุ่นแรก และมาพร้อมกับการถ่ายสเกลใหญ่ระดับ 8K ซึ่งงานภาพของกล้อง POCO เองก็ถ่ายออกมาได้ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว และยังมีเพิ่มโหมดใหม่ อย่างจับการเคลื่อนไหวของวัตถุ และ ตั้งเส้นตรงให้เพื่อให้ถ่ายวีดีโอออกมาได้ดีขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม ถึงกล้องจะพัฒนาขึ้น ตรงๆ ก็ยังสู้รุ่นเรือธงไม่ได้ ถ้่าจะเทียบประสิทธิภาพก็ต้องอยู่ประมาณ เกินครึ่ง ของมือถือรุ่นเรือธงกับมือถือรุ่นประหยัด คือดีกว่าครึ่งหนึ่งแน่ๆ ราว 35% ที่สำคัญคือ ในแง่ของระบบ AI นั้นยังสู้รุ่นแรกไม่ได้ ที่รุ่นแรกมีการอัพเดตซอฟแวร์มายาวนานกว่า ซึ่งตรงนี้ไมได้แปลว่ากล้องไม่ดี กล้องดีกว่าแน่นอน เพียงแต่เราต้องรอให้ทีมงานอัพเดตกันอีกนิด รับรองว่าเหนือกว่ารุ่นแรกหลายขุม ซึ่งอันนี้ก็ไม่น่าห่วง เพราะขนาดรุ่นแรกผ่านมาเป็นปีๆ ก็ยังมีอัพเดตอยู่

ตัวอย่างภาพที่ถ่าย

เล่นเกมดีขึ้นกว่าเดิม ลื่นปรี๊ดแทบทุกเกม

มาถึงไฮไลท์ของเรากันแล้ว นั่นก็คือการเล่นเกม ตามสเปคนั้นได้ใช้ Snapdragon™ 865 ซึ่งเป็นระบบประมวลผล 5G จับคู่กับชิปประมวลผล Kryo™ 585 octa-core และ GPU Adreno™ 650 ซึ่งได้ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนถึง 25% มีหน่วยความจำความเร็วแบบอัลตร้า LPDDR51 RAM และพื้นที่จัดเก็บ UFS 3.1 ซึ่งทำให้ POCO F2 Pro สามารถอ่านเขียนได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังใช้ เทคโนโลยีระบายความร้อน LiquidCool Technology 2.0 อีกด้วย

แต่ใช้งานจริงจะเป็นอย่างไรล่ะ? เราได้ทดสอบเอาเกมที่กินสเปคโหดๆ มาลองกัน ไม่ว่าจะเป็น Honkai Impact 3, Destiny Child, Blue Oath, Dragon Raja, Blade&Soul Revolution และ PUBG Mobile พบว่า ทุกเกมที่ว่ามา ปรับสุดหมดทุกอย่าง สามารถรันเกมได้แบบไหลลื่นมากและไม่มีเฟรมเรตตกเลย แถมยังสามารถพักเกม ไปเปิดแอพอื่น เกมก็ยังอยู่เหมือนเดิม ซึ่งต่างจากรุ่นแรกที่หากกดพักเกมไปแปบเดียว เกมก็ต้องเริ่มใหม่แล้ว

แต่ทั้งนี้ยกเว้นเกมเดียวก็คือ Destiny Child ที่เกมจะมีอาการกระตุกตอนช่วงที่มีการใช้เอฟเฟคหนักๆ แต่ในแง่ความไวในการตอบสนองนั้นกลับไม่มีปัญหา และก็เจอปัญหาเกมเดียวคือ กดพักหน้าจอไปไม่นาน เกมก็ต้องเริ่มใหม่ อาจเป็นที่ซอฟแวร์ก็ได้ ต้องรอการอัพเดตต่อไป

และด้วยการที่หน้าจอใหญ่ขึ้น การทัชที่ไม่หลอน อาจจะมีปัญหาเรื่องการตอบสนองไม่ไวเท่ากับรุ่นเรือธง แต่เกมหลายเกมกลับเล่นยิ่งกว่าเรือธงบางรุ่น ทำให้ POCO F2 Pro เหมาะสมในการเอามาเล่นเกมแทบทุกเกม จะเอามาฟาร์มเกมทิ้งไว้ก็ได้ จะเอามาเล่นเกมภาพหนักๆ ก็คุ้มแน่นอน

แต่แน่นอนว่า มีข้อเสียมาบ้าง อย่างเช่น แม้ระบบระบายความร้อนจะดีกว่ารุ่นแรก (และใช้งานเทียบกันก็ดีกว่าจริงๆ ขนาดเล่นที่ร้อนแค่ไหนก็ยังเล่นได้ลื่น) แต่ข้อเสียที่เจอคือมือถือจะร้อนจี๋มาก และร้อนจนราวกับเป็นเตารีด อันนี้ค่อนข้างอันตราย จึงยังไม่เหมาะเอาไปเล่นในที่ร้อน รวมไปถึงลำโพงที่แม้ว่าจะมีมิติมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ใช่ลำโพงคู่ การกังวานของเสียงยังสู้เรือธงที่ใช้ระบบเสียง Dolby ตรงๆ ไม่ได้ เป็นอีกหนึ่งข้อเสียที่น่าเสียดาย ถึงจะดีกว่ารุ่นแรก แต่ก็ยังไม่สุดด้านเสียงอยู่ดี

17,999 บาท คุ้มไหมกับราคานี้?

ในแง่ประสิทธิภาพของการเล่นเกมคุ้มแน่นอน เพราะสามารถเล่นเกมได้ลื่นกว่ามือถือเรือธงบางรุ่นราคาสามหมื่นกว่าเสียด้วยซํ้า แบตก็ถือว่าถึกกว่ามาก แถมยังได้ประสบการณ์จอทั้งใหญ่และกว้างกว่าสุดๆ เอาแค่นี้ในเรทราคานี้ถือว่าคุ้มแล้ว เพราะหาไม่ได้ง่ายๆ กับเรทมือถือราคาไม่ถึงสองหมื่นแต่ประสิทธิภาพเทียบชั้นได้กับมือถือรุ่นราคาสามหมื่น

แต่ข้อเสียที่ยังไม่มีในรุ่นนี้ที่ต้องคิดนั่นก็คือ ยังไม่ใช่มือถือความสุดในทุกด้าน มือถือไม่มีความสามารถในการกันน้ำ หน้าจอก็ไม่รองรับแรงกระแทกแบบ Gorilla®️ Glass 6 (เพราะใช้รุ่น 5) ไม่รองรับการซาร์จแบบไร้สาย และระบบเสียงก็ยังสู้รุ่นที่ใช้ Dolby ไม่ได้ ส่วนนอกนั้นคนเขียนหาข้อติอื่นไม่เจอ เพราะในแง่ความแม่นยำของการจับตำแหน่ง การรับสัญญาณ WIFI ก็ออกมาดีปกติ ไม่ได้แตกต่างอะไรจากรุ่นอื่นเท่าไหร่

ทั้งนี้ ในเรทราคานี้จะคุ้มค่ากับ 18,000 บาท ทอน 1 บาทจริงๆ รึเปล่านั้น เพื่อความชัวร์ คนเขียนอยากให้คนอ่านได้ไปสัมผัสกับมือถือด้วยมือของตนเอง ลองโหลดเกมแรงๆ มาเล่นซักเกมที่ร้านค้า (ไม่เอาพวก Fee File หรือ RV อะไรนั่นน่ะ เพราะสองเกมนั้นเป็นเกมสเปคกลาง) และหากตั้งเป้าจะเอามาเล่นเกมแบบกินสเปคแรงๆ ยังไงก็คุ้มแน่นอนครับ

POCO F2 PRO วางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย โดยมีสองรุ่นสองราคา ได้แก่
รุ่น 6GB + 128GB ขายราคา 17,999 บาท
รุ่น 6GB + 256GB ขายราคา 20,999 บาท

โดยได้วางจำหน่าย ณ ร้าน COM7, TG FONE, JAYMART, Mi Stores และร้านค้าที่ร่วมรายการ

Comments

comments