(รีวิว) “ZenFone Max Pro (M2)” เล่นเกม จอยักษ์ แบตอึด โคตรคุ้ม!

(รีวิว) “ZenFone Max Pro (M2)” เล่นเกม จอยักษ์ แบตอึด โคตรคุ้ม!

เรียกได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ได้รับความสนใจอย่างมากเลยทีเดียวในช่วงปลายปีนี้ ด้วยตัวมือถือที่ออกแบบมาสำหรับสายเล่นเกมอยู่แล้ว และก็มาในรูปแบบของความ “ไม่แพง” ในราคาที่จับต้องได้ และตอนนี้ทางเราก็ได้รับตัวมือถือตัวนี้มาทดลองใช้กันเป็นเวลากว่า 1 อาทิตย์เต็มๆ และเราก็จะมารีวิวกันครับว่า ตัวเครื่องเป็นอย่างไร คุ้มค่าแค่ไหน และเหมาะกับผู้ใช้งานแบบไหนกันบ้าง

รายละเอียดสเปค
– Snapdragon 660 ทำงานเร็วกว่าซีพียูรุ่นก่อน 11% และทำงานกราฟฟิกดีขึ้น 33% มีแรมมาให้สองรุ่น คือ 4GB และ 6GB
– แบตเตอร์รี่ความจุ 5,000 mAh แต่มีนํ้าหนักแค่ 175 กรัม แสตนบายเครื่อง 4G ได้ 35 วัน, คุยโทรศัพท์ผ่าน 3G ได้ 45 ชั่วโมง, เล่นเกมต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง, ดู Youtube หรือภาพยนตร์ได้ 19 ชั่วโมง และเล่นเน็ตผ่าน WIFI ได้กว่า 23 ชั่วโมง
– ใช้ Corning Gorilla Glass 6 ตัวล่าสุด กันตกกระแทกที่สูง 1 เมตรได้มากกว่า 15 ครั้งติดต่อกันบนพื้นถนน ซึ่งทนทานกว่ารุ่น 5 ถึง 2 เท่า
– หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว FHD+ (2280 x 1080) สัดส่วน 19:9 aspect ratio, 94% NTSC color gamut, 450cd/m2 brightness และ 1500:1 contrast ratio
– ลำโพงแม่เหล็ก 5 ชิ้น ลดความผิดเพี้ยนของเสียง
– กล้องคู่ 12 + 5 MP, F1.8, มุมกล้อง 77.8 องศา ใช้เซนเซอร์ IMX 486 พร้อม 1.25 μm, พิกเซล, เซนเซอร์ขนาด 1/2.9 ไซส์ พร้อม AI ถึง 13 แบบ ถ่าย 4K ได้ 30FPS พร้อมกันสั่น EIS
– กล้องหน้า 8 MP, F2.0 มุมกล้อง 77.2 องศา กล้องทั้งสอง ใช้ LED Softlight

รูปร่างและการดีไซด์

ตัวเครื่อง ZenFone Max Pro (M2) นั้นจะมีความยาว 6.22 นิ้ว กว้าง 2.97 นิ้ว และสูงเพียงแค่ 0.33 นิ้ว แถมยังมีนํ้าหนัก 175 กรัม ที่เรียกได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีนํ้าหนักเบามากๆ แถมมีความบางอย่างเหลือเชื่อ มาพร้อมกับขนาดหน้าจอถึง 6.3 นิ้ว ไซส์บิ๊กเบิ้ม จับแล้วถนัดมือ ไม่ได้รู้สึกว่าเล็กไป แต่ด้วยขนาดที่แอบใหญ่ไปนิด จะเหมาะกับคนที่มีมือใหญ่ๆ หรือเป็นผู้ชายถือมากกว่าผู้ใหญ่ แต่ด้วยความบางและความกว้างที่ไม่มาก แม้แต่มือของผู้หญิงหรือคนที่มีมือไม่ใหญ่ก็ยังสามารถจับได้สบายๆ

ตัวเคสด้านหลังของเครื่องนั้นเป็นเทคนิคการขัดผิวด้วยคลื่นแบบ 16 ชั้น และครอบทับด้วยฝาหลังมันเงาแบบสามมิติ ทำให้สะท้อนแสงออกมาได้สวยงามมาก สะท้อนจนเหมือนเป็นกระจกเงามินิเลย ทำให้วัสดุออกมาดูพรีเมี่ยม แต่ขณะเดียวกัน จุดอ่อนก็คือจะทำให้เกิดรอยได้ง่ายมากหากมีการขูดขีด ซึ่งแนะนำให้หาเคสใสเอามาใส่สำหรับคนไหนที่ชอบเอาใส่กระเป๋ากางเกงนะครับ

แต่สำหรับตัวหน้าจอนั้นคือทีเด็ดยิ่งกว่า เพราะใช้กระจก Corning® Gorilla® Glass 6 ซึ่งถือว่าเป็น Gorilla Glass เวอร์ชั่นล่าสุดที่มีมาให้เลย ข้อดีก็คือ จะช่วยป้องกันทั้งรอยขีดข่วนและแม้แต่การตกกระแทกพื้น โดยได้ยืนยันว่า หากตกจากมือในระยะ 1 เมตรในพื้นปูน จะสามารถกันกระแทกได้ถึง 15 ครั้งติดต่อกัน แน่นอนว่าเราคงไม่ Drop test ให้ดูแน่ๆ แต่จากการใช้งานของเรานั้นก็พบว่ามันทนดีจริงๆ ทนจนไปห่วงฝาหลังแทนมากกว่าเพราะสภาพฝาหลังมีโอกาสเสี่ยงมีรอยขีดข่วนง่ายกว่าอีก ง่ายๆ ว่า ทนระดับไม่ต้องไปหาซื้อฟิล์มกระจกมาติดเลยครับ

สมาร์ทโฟนตัวนี้จะมีรูเสียบหูฟัง 3.5 มาให้ ไม่ตัดออก งานนี้คนไหนยังชอบใช้หูฟังแบบมีสายอยู่ก็สบายใจกันได้นะครับ ส่วนลำโพงของเครื่องนี้จะเป็นลำโพงข้างเดียว แต่รับรองว่าเสียงดังสะใจแน่นอน เพราะเป็นลำโพงแม่เหล็ก 5 ชั้นที่จะทำให้เสียงออกมาคมและถูกตามต้นฉบับที่สุด ส่วนที่เสียบสายซาร์จนั้นจะยังคงเป็น Mini-USB เหมือนเดิม รุ่นนี้จะไม่มีสายซาร์จ Type-C และไม่รองรับการซาร์จไวด้วย แต่ก็ทดแทนด้วยขนาดแบตเตอร์รี่ที่มีขนาดใหญ่มาแทนครับ

แบตเตอร์รี่ขนาดใหญ่ถึง 5,000 mAh

จุดเด่นของซีรี่ย์ ZenFone Max Pro คือ เป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นแบตเตอร์รี่ขนาดที่ใหญ่มากกว่าปกติ โดยรุ่นนี้จะมีถึง 5,000 mAh ซึ่งมีขนาดที่มากพอที่จะสามารถใช้งานได้หลายวันโดยที่ไม่ต้องซาร์จเลย และยังสามารถใช้เล่นเกมติดต่อกันได้ถึง 10 ชั่วโมงอีกด้วย โดยจากการทดลองใช้นั้น ใช้งานแบบต่อเนื่อง (ต่อ WIFI เปิดกล้องถ่ายภาพ เล่นเกมบ้าง ฯลฯ) ผ่านไป 1 วัน แบตเตอร์รี่ยังไม่หมดเลยครับ

และทางเราก็ได้ทดสอบกับเกมดังอย่าง Ragnarok M เกมที่หลายคนชอบเอามาปล่อย AI โดยการเปิดให้เก็บเลเวลทิ้งไว้เป็นเวลา 6 ชั่วโมงติดต่อกัน ในห้องอุณหภูมิปกติ ไม่เปิดแอร์ ไม่เปิดพัดลมใส่ และไม่เปิดประตูให้ระบายอากาศ ผลจากการทดสอบนั้น แบตเตอร์รี่จาก 98% เหลือ 25% เท่ากับว่า จะใช้แบตเตอร์รี่ไป 72% จากการเล่นเกมติดต่อกัน 6 ชั่วโมงนั่นเอง ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า แบตเตอร์รี่ตัวนี้ใช้งานได้ยาวนานจริงๆ

จอไซส์ใหญ่ 6.3 นิ้ว สะใจทั้งเกมและบันเทิง

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่แนะนำให้อ่าน เพราะในมือถือเรทราคาไม่ถึงหมื่น เราหามือถือที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ได้ยากมาก และความจอใหญ่นั้นไม่ใช่แค่ใหญ่อย่างเดียว แต่ใหญ่แล้วจะให้ทั้งการเล่นเกมและการดูหนังนั้นออกมาแบบจัดเต็มด้วย ตัวมือถือตัวนี้จะมีติ่งยื่นออกมา ซึ่งโดยปกติมือถือดีไซด์นี้ทุกรุ่น พอเปิดเกมหรือเปิดวีดีโอเล่น ก็จะมีขอบเพื่อปิดติ่งออกมา ทำให้ขนาดของหน้าจดลดลงมากกว่าปกติ แต่มือถือตัวนี้ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ถึง 6.3 นิ้ว ทำให้แม้ว่าขนาดของจอจะลดลง แต่ก็ยังใหญ่กว่ามือถือรุ่นอื่นอยู่ดี

นอกจากนี้ ตัวมือถือยังมีการส่องสว่างที่เป็นจุดเด่นของ ASUS ที่ทำให้สามารถเปิดหน้าจอเล่นเกมหรือดูหนังในพื้นที่นอกอาคารได้ โดยจากภาพที่ถ่ายให้เห็นซึ่งจะเห็นได้ว่า แม้แต่ในมุมที่ย้อนแสงก็ยังสามารถดูได้สบายๆ แถมยังมีการแสดงผลสีถูกต้องถึง 94% ทำให้ภาพเวลาดูหนังจะชัดมาก ซึ่งจะสังเกตได้เลยว่าภาพที่เห็นนี่เป็นภาพจากใน Netfilx ซึ่งภาพออกมาคมชัดมาก อันนี้ถือว่าเป็นอีกเรื่องเซอร์ไพรส์โดยส่วนตัวสำหรับคนเขียนเลยทีเดียว เพราะว่าไม่คิดว่าจะแสดงสีออกมาได้ดีมากขนาดนี้

ประสิทธิภาพของเครื่อง

ตัวเครื่องใช้ Snapdragon 660 ซึ่งเป็นรุ่นบนสุดของเวอร์ชั่น 6 ซึ่งนั่นทำให้ ZenFone Max Pro (M2) จัดได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีความสามารถสเปคกลาง ซึ่งจะสามารถเอามาทำงานและเล่นเกมได้ค่อนข้างดี แต่ความแตกต่างจากมือถือรุ่นอื่นคือ ตัวนี้เป็น Pure Android ทำให้การทำงานของเครื่อง โดยเฉพาะการเปิด – ปิดแอพ หรือการสลับแอพไปมา จะทำได้เร็วกว่ามาก เนื่องจากไม่มี UI อินเตอร์เฟสใดๆ ครอบทับ ทำให้เครื่องทำงานได้ไหลลื่นสุดๆ ส่วนการทดสอบเกมนั้น ได้ผลการทดสอบดังนี้

ROV ทำเฟรมเรตได้ 55 – 60 (เฟรมเรตยังไม่นิ่ง) จะมีร่วงบ้างมาอยู่ที่ราวๆ 51 – 55 แต่จะไม่บ่อยนัก
PUBG Mobile สามารถปรับได้ถึงภาพ HD และเฟรมเรทสูง แต่เกมจะไม่ไหลลื่นเท่ากับปรับตั้งค่าสมดุล
Phantomgate อีกหนึ่งเกมที่กินสเปคกราฟฟิก มีความไวในการเล่นดรอปลงมาครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับมือถือสเปคแรงแล้วเปิดสุด เฟรมเรตอยู่ที่ราวๆ 45 – 55 ในการปรับตั้งค่าปาณกลาง
Ragnarok M สามารถเปิดได้ปกติ ภาพไหลลื่นปกติ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
FreeFire ตั้งค่าปรับสุดได้ทุกอย่าง เฟรมเรตไหลลื่น 60 ไม่มีหลุด (เกมนี้กินสเปคน้อยมากอยู่แล้ว)

นอกจากนี้ ทางเราได้มีการทดลองประสิทธิภาพเครื่อง โดยการใช้แอพตัดต่อวีดีโอ แล้วตัดต่อวีดีโอด้วยความละเอียด Full HD ซึ่งก็พบว่าเครื่องใช้เวลาเรนเดอร์ปกติ ไม่ได้ช้าอะไร และการทำงานก็ถือว่าไหลลื่น ซึ่งมาขนาดนี้แล้ว ทางด้านการเล่นโซเซียลหรือการเข้าเนตฟลิกซ์เพื่อดูภาพยนตร์ไม่ต้องพูดถึง เพราะสามารถเข้าไปได้ไหลลื่น

โดยรวมแล้ว สเปคตัวนี้สำหรับสายเกมที่เน้นปรับตั้งค่าไม่เอาสูง เน้นปาณกลาง ตัวนี้จะตอบโจทย์ทุกอย่าง ประกอบกับตัวเครื่องมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่มาก ทำให้การเล่นเกมนั้นเต็มตาสุดๆ และตรงบริเวณติ่งที่ติดตรงส่วนบนนั้นจะไม่ได้ไปรบกวนอะไรเท่าไหร่นัก

สำหรับเรื่องแรมนั้น ใน ZenFone Max Pro (M2) นั้นจะมีแรมมาให้เลือก 2 ตัว คือ 4GB กับ 6GB โดยความแตกต่างจะอยู่ที่พฤติกรรมของผู้ใช้ ถ้าผู้ใช้เป็นแบบชอบเปิดแอพหลายๆ แอพทิ้งไว้ การมีแรม 6GB จะช่วยได้เยอะ แต่ถ้าไม่ได้ใช้ขนาดนั้น หรือจะกดปิดแอพทุกครั้งที่ใช้เสร็จ แรม 4GB ก็เพียงพอแล้ว

การถ่ายภาพ

ความโดดเด่นของ ZenFone Max Pro (M2) นั้นก็คือ ได้ความสามารถของ AI กล้องมาจาก ZenFone 5 มาด้วย ทำให้มีความสามารถในการถ่ายภาพด้วยพลังของ AI เหมือน ZenFone 5 และ Zenfone 5Z มี AI จำแนกภาพอัตโนมัติถึง 13 แบบ ได้แก่ ผู้คน, อาหาร, สุนัข, แมว, พระอาทิตย์ตก, ท้องฟ้า, พื้นที่สีเขียว, ทะเล, ดอกไม้, พืชพรรณ, หิมะ, การแสดง, ตัวอักษร อย่างไรก็ตาม สำหรับการถ่ายภาพอาหารนั้น ต้องเป็นอาหารที่มีสีสันหน่อย อาหารที่มีสีขาวหรือไม่ค่อยมีสี AI จะไม่ค่อยขึ้น

ตัวกล้องหลังใช้ IMX486 ซึ่งดีกรีสเปคนั้นจะดีกว่า ZenFone 5 ความสามารถในการจับโฟกัสนั้นถือว่าทำได้ดี การแยกแยะแสงของภาพนั้นทำออกมาดีกว่ารุ่น 5Q เป็นมือถือที่สามารถยกขึ้นมาแล้วกดถ่ายได้เลย โดยที่ภาพจะออกมาดีมาก โดยเฉพาะในสภาพแสงที่อำนวย เช่น กลางแจ้ง หรือมีไฟช่วย อย่างไรก็ตาม ตัวกล้องจะยังมีปัญหาอยู่เนื่องจากยังไม่ได้อัพเดตซอฟแวร์ (เครื่องที่ใช้ทดสอบเป็นเวอร์ชั่นยังไม่วางจำหน่าย) ทำให้การถ่ายภาพแสงน้อย จะจับโฟกัสได้ยากมากๆ การถ่ายตอนกลางคืนถือว่าทำได้ยากมาก มือต้องนิ่งจริงๆ และต้องหาพื้นที่มีไฟช่วย ซึ่่งต้องรอให้มีการอัพเดตซอฟแวร์เพื่อช่วยเรื่องกล้องอีกที

จุดที่กล้องถ่ายสวยนั้นจะเป็นเรื่องการถ่ายธรรมชาติ เช่นต้นไม้ ดอกไม้ และท้องฟ้า ซึ่งถ่ายภาพสีออกมาได้เป็นธรรมชาติมากกว่ารุ่นอื่นๆ เพราะกล้องจะไม่มีการปรับแต่งสีของธรรมชาติออกมาสดเกินจริง ส่วนการถ่ายเซลฟี่กล้องหน้านั้น ตัวกล้องสามารถถ่ายหน้าชัดหลังละลายออกมาได้สวยมาก เป็นระดับที่ว่าคนไหนที่ชื่นชอบการถ่ายเซลฟี่นี่คือคุ้มเลย

และอีกจุดที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ นั่นก็คือการถ่ายวีดีโอ แม้ว่าจะไม่สามารถถ่ายวีดีโอความละเอียด FullHD 1080P ในแบบ 60FPS ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง แต่ตัวนี้สามารถถ่าย 4K ได้ และในการถ่าย FullHD 1080P จะมีกันสั่นมาให้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง (การถ่าย 4K จะไม่มีกันสั่น) แถมการถ่ายวีดีโอของกล้อง ZenFone Max Pro (M2) จะไหลลื่นมาก การถ่ายด้วยกล้องหน้า กล้องจะมีการจับโฟกัสใบหน้าของคนพูดแล้วทำฉากหลังเบลอให้อัตโนมัติโดยไม่ต้องเอานิ้วไปจิ้มจับโฟกัสที่หน้าจอ เป็นอีกหนึ่งความสามารถเด่นที่แนะนำสาย Vlog แนะนำให้เอาไปใช้งาน เพราะมือถือรุ่นอื่นบางรุ่นจะไม่ยอมจับโฟกัสให้เลยหากไม่เอานิ้วไปจิ้ม เป็นอีกจุดเด่นที่แนะนำสำหรับคนที่ชื่นชอบการถ่ายวีดีโอ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า

 

สรุปแล้ว ZenFone Max Pro (M2) จะเหมาะสำหรับ
– คนที่มองหามือถือราคาไม่ถึง 7,000 แต่ต้องตอบโจทย์ทั้งสายเกมและกล้องในระดับกลาง
– ต้องการมือถือเล่นเกมแบบเน้นปรับปาณกลางและต้องดี
– เน้นความไหลลื่นในการเป็น Pure Android เน้นไวเป็นหลัก
– มองหาแบตเยอะๆ ขนาด 5,000mAh และต้องจอใหญ่ สีต้องชัด
– กล้องที่เน้นการถ่ายวีดีโอ และอยากได้กล้องที่มี AI มาด้วย
– สำคัญ คนที่อยากได้หน้าจอที่ทนกับการตกกระแทกหรือรอยขีดข่วน

ZenFone Max Pro (M2) จะวางจำหน่ายสองสี คือ Cosmic Titanium และ Midnight Blue โดยมีราคาดังนี้
– รุ่น RAM 6GB/ROM 64GB ราคา 8,990 บาท เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2562 ที่ตัวแทนจำหน่าย
– รุ่น RAM 4GB/ROM 64GB ราคา 6,990 บาท Pre-order ได้ที่ Shopee 18-31 ธันวาคมนี้

ขอขอบคุณ ทาง ASUS ที่ให้ตัว ZenFone Max Pro (M2) มาให้ทดสอบกันด้วยนะครับ

 

Comments

comments