(รีวิวเกมออฟไลน์) DmC: Devil May Cry – ปีศาจยังรํ่าไห้เวอร์ชั่นรีบูทใหม่

หลังจากเทลเลอร์แรกของ DmC: Devil May Cry ผลงานการพัฒนาโดย Ninja Theory ที่ทาง Capcom มอบหมายเพื่อตีตลาดเกม Devil May Cry ฝั่งตะวันตกมากขึ้น ซึ่งสร้างความไม่พอใจต่อสาวก Devil May Cry อย่างมาก ด้วยภาพพจน์ของดันเต้ผมสีดำ และท่าทางขี้ยาสูบบุหรี่ (สำหรับคนไหนไม่เคยเล่นเกมนี้ ต้องบอกว่าดันเต้ ตัวละครหลักนั้นไม่สูบบุหรี่ เจ้าตัวเสพแต่พิซซ่าและนํ้าสตอเบอร์รี่ปั่นเท่านั้น และเป็นตัวเอกเป็นคนดีมาก แม้ว่าเจ้าตัวจะนิสัยกวนตีนก็เหอะ) แต่ไม่ว่าแฟนเกมจะแอนตี้ยังไง ทว่า DmC: Devil May Cry กลับกวาดคะแนนคำชมจากสื่อซะหลายสำนักจนคะแนนเกือบเต็ม กลายเป็นคำถามกับแฟนเกมว่า “เฮ้ย เกมมันดีขนาดนี้เลยเหรอ ?” ในวันนี้เราจะมาเฉลยโดยบทความรีวิวตัวนี้กันครับ

สำหรับคนไหนที่ไม่เคยสัมผัสเกมนี้มาก่อนนะครับ Devil May Cry จะเป็นเรื่องราวของดันเต้ บุตรชายของสปาร์ต้า จอมราชันปีศาจ กับ Eva แม่ที่เป็นมนุษย์ โดยเขาทำงานเป็นนักล่าปีศาจ ซึ่งเป็นเกมที่มีจุดเด่นเรื่องการควบคุมการโจมที่เรียบง่ายแต่มันโคตรและสร้างคอมโบได้ง่ายดายมาก จนได้ถูกนำไปเทียบกับหลายๆ เกมและเป็นเกมขึ้นหิ้งไปเลย แต่เราก็ไม่เคยรู้ว่าจริงๆ แล้วก่อนหน้าที่ดันเต้จะมาทำงานเป็นนักล่าปีศาจ เขามีชีวิตยังไง และพ่อกับแม่ของเขาหายไปไหน ซึ่งคำถามต่างๆ จะมีการเฉลยในตัวเกม DmC: Devil May Cry ภาคนี้นั่นเอง ถึงจะเป็นการรีบูทใหม่ แต่ก็ทำให้เรารู้จักเรื่องราวของปีศาจสะอื้นไห้คนนี้ได้มากขึ้นครับ

เนื้อเรื่องของเกมนั้นจะกล่าวถึงดันเต้ที่มีทรงผมสีดำ ซึ่งเขาได้ล่าปีศาจไปเรื่อยๆ โดยไม่แคร์ชาวบ้าน ในวันหนึ่งได้มีหญิงสาวลึบลับปรากฎตัวออกมาเพื่อบอกว่าตัวเขากำลังถูกปีศาจนักล่าไล่ล่าเขาอยู่ และนั่นก็เป็นเรื่องราวสู่การค้นพบตัวตนของ “ดันเต้” ว่าเขาเป็นใคร รวมไปถึงเหตุผลว่าผมของเขากลายเป็นสีขาวได้ยังไง และทำไมปีศาจถึงออกมาอาลาวาดในโลกของเราได้

ในเกมนี้นั้นปีศาจยังไม่ได้ปรากฎออกมาในโลกของเรา แต่จะอยู่คนละโลก ฉะนั้น ตัวเอกของเราจะมีการปะทะกับปีศาจผ่านมิติ Limbo (มิติขอบนรก) แทน เรียกได้ว่าถ้ารู้ตัวว่าตัวเองกำลังอยู่ในมิติ Limbo เมื่อไหร่ละก็ เตรียมตัวมันส์กันได้เลย เพราะมันหมายความว่าจะมีปีศาจมาเป็นเหยื่อให้เราไล่ล่าสังหารกันได้อย่างเมามันเลยหละครับ

ระบบการต่อสู้ในเกมภาคนี้นั้นยังคงลื่นไหลเหมือนดั่งเช่นทุกภาค มันเป็นเรื่องง่ายดายมากที่คนเล่นจะสามารถอาลาวาดฟาดฟันปีศาจและรีดความสะใจออกมาได้ทุกครั้งที่ได้โจมตีพวกมัน ขณะเดียวกันเมื่อเกมผ่านไปเรื่อยๆ ก็จะมีศัตรูหน้าใหม่ๆ ที่รับมือได้ยากขึ้นแต่ไม่เกินความสามารถของคนเล่นมาท้าทายคนเล่น รวมไปถึงได้รับอาวุธใหม่ๆ หลังจากการโค่นบอส ฟังดูแล้วจะเหมือนทุกๆ ภาค แต่ในภาคนี้ระบบโจมตีได้ออกแบบปรับปรุงออกมาให้ดียิ่งขึ้น

การพอร์ทมาทำเวอร์ชั่น PC ของภาคนนี้ต้องยอมรับว่าทำออกมาดีกว่าเดิมมาก มีการซัพพอตเม้าท์และคีย์บอร์ดไปพร้อมกันซึ่งทำให้ควบคุมได้ง่ายดายขึ้นสำหรับคอเกม PC อาวุธจะมีทั้งหมด 8 อย่าง แต่ละอย่างจะเหมาะสมในการจัดการศัตรูต่างกันแต่ก็แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ในบางสถานการณ์ตัวเกมจะบังคับให้คนเล่นต้องโจมตีในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเพื่อจัดการศัตรู นับได้ว่าเป็นลูกเล่นที่สร้างความสนุกให้กับคนเล่นให้เกิดความหลากหลายในการเล่นได้มากขึ้น

อีกทั้งระบบเกมเพลมีการนำจุดเด่นของภาค 4 เอามาให้เล่นกันในภาคนี้ด้วย จริงๆ แล้ว Devil May Cry ภาค 4 นั้นจะลดการแก้ไขปริศนาลงไปจากภาค 3 ที่ตัวเกมเล่นยากขึ้นเพื่อง่ายต่อการเข้าถึงและเล่าเนื้อเรื่องได้ดีขึ้น สำหรับใน DmC: Devil May Cry นี้ก็เช่นกัน ในเกมแทบไม่มีปริศนาใดๆ ที่คนเล่นจะต้องหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อย (ยกเว้นอย่างหนึ่งก่อนเจอบอสตัวสุดท้าย) อาศัยแค่การสังเกตว่าเราต้องทำยังไง ไปทางไหนต่อ แล้วที่เหลือก็รัวปุ่มฟาดฟันศัตรูให้กระจุยได้เลย เพราะในภาคนี้จะเน้นที่เนื้อเรื่องมากขึ้น

การเล่าเรื่องของเกมภาคนี้ได้ใช้ระบบ Motion Capture โดยมีการถ่ายทำการเคลื่อนไหวจากคนจริงๆ มาใส่ในเกมเพื่อให้เกิดความสมจริงมากที่สุด และเล่ามุมกล้องแบบเดียวกับภาพยนต์ ทุกฉากมุมกล้องจะเคลื่อนไหวตลดอ จึงทำให้อารมณ์ของเกมนี้ไม่หยุดนิ่ง และในเกมนี้ได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นมากกว่าภาค 4 นอกจากเฉลยเรื่องราวภูมิหลังของดันเต้แล้ว แม้ในเรื่องยังจะเป็นการเล่าเรื่องของฝ่ายธรรมะและอธรรม แต่ก็มีจุดที่น่าสนใจที่จะดึงดูดคนเล่นให้อยู่กับหน้าจอ

แทบไม่มีช่วงไหนของเกมเลยที่น่าเบื่อ มีจุดชวนลุ้นตื่นเต้นมาให้คนเล่นดูแล้วอยากรู้ว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อตลอดเวลา การออกแบบเกมเพลมีความหลากหลายกันแม้ว่าคนเล่นจะเดาทางได้แล้วแต่ก็สร้างความแตกต่างทุกเส้นทาง (ซึ่งคิดว่าการลดปริศนาออกไปก็เพื่อไม่ให้เกมน่าเบื่อและอารมณ์คนเล่นสะดุด) อาจกล่าวได้ว่า สำหรับ DmC: Devil May Cry แล้วเป็นหนึ่งในเกมที่มีการนำเสนอเรื่องราวกับเกมเพลได้ดีเกมหนึ่งเลยหละครับ

แองจิ้นที่ใช้สร้างเกมนี้ก็คือ Unreal Engine ก็ไม่รู้ว่าใช้เวอร์ชั่นอะไร แต่บอกได้เลยว่า DmC: Devil May Cry เป็นหนึ่งในเกมที่รีดประสิทธิภาพของแองจิ้นออกมาได้สูงละเอียดยิบมากๆ แถมไม่กินสเปคอีกต่างหาก ถ้าคอมเล่นเกมออนไลน์ได้รับรองเล่นเกมนี้ได้สบายแถมภาพยังสวยอีกต่างหาก แม้ว่าการแสดงผลเงาหรือการเคลื่อนไหวบางฉากจะดูขัดๆ ไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วเป็นเกมที่มีกราฟฟิกชั้นดี อาจไม่สมจริงระดับขั้นสูงนัก แต่สำหรับเกมกราฟฟิก High End แล้ว DmC: Devil May Cry ทำได้ดีมากเลยหละครับ

สิ่งที่น่าสนใจของเกมนี้อีกอย่างก็คือการออกแบบฉากต่างๆ ที่น่าตื่นตาและน่าจดจำ โดยเฉพาะตอนอยู่ในมิติ Limbo ที่ต้องซัดกับศัตรูในเกมที่สร้างความประทับใจให้กับคนเล่นตั้งแต่ต้นเกมยันจบเกม บอสแต่ละตัวมีเอกลักษณ์และน่าสนใจ รวมไปถึงมีวิธีในการจัดการที่ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายเกินไปเสียจนน่าเบื่อ การสลับฉาก CG กับฉากเกมเพลก็ลื่นไหลและเรียบเนียน ทว่ายังมีบางฉากที่สลับฉากแปลกๆ ไปบ้าง คนเล่นจะพบกับความท้าทายและความสนุกสุดขีดเมื่อต้องปะทะกับศัตรูในแต่ละฉากครับ

เสียงประกอบในเกมนี้จะเน้นเอามันส์เป็นหลักด้วยเพลงประกอบแนว Heavy metal music อันเป็นจุดเด่นของเกม Devil May Cry ทุกภาค เสียงพากษ์ตัวละครที่น่าจดจำ แต่ว่าสำหรับเพลงเพราะๆ แบบภาค 4 นั้นไม่มีเลยครับ ภาคนี้เอามันส์อย่างเดียว ฉากซึ้งนํ้าตาไหลไม่มีเลย ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับแฟนเกมอย่างผมรู้สึกตะหงิดใจมาก เพราะในเกมนี้ตัวเอกต้องหลั่งนํ้าตาออกมา แต่ภาคนี้ดันไม่หลั่งนํ้าตาซะงั้น แล้วมันจะชื่อ Devil May Cry ได้อย่างไร ?

แน่นอนว่าในเกม DmC: Devil May Cry ก็ยังคงส่วนผสมของ RPG ในเรื่องของการซื้อไอเท็มและการอัพสกิลแบบเดียวกับภาคที่ผ่านๆ มา แต่ภาคนี้ดีกว่าหน่อยก็คือ คุณสามารถยกเลิกสกิลเพื่อเอาแต้มไปอัพสกิลอื่นแทนได้ แถมยังมีโหมดฝึกฝนเพื่อให้ทดลองใช้ท่าสกิลก่อนการเอาไปลุยจริงๆ ด้วย เป็นไอเดียที่เข้าท่ามาก เพราะส่วนตัวก็เชื่อว่ายังมีหลายคนที่เล่นเกมตระกูลนี้แต่ใช้งานสกิลไม่ครบทุกท่าเลย เพราะไม่รู้ว่ามันกดยังไง

เกมภาคนี้เน้นความเป็น 18+ มากขึ้น แต่เอาจริงๆ มันก็เพิ่มในส่วนของบทสนทนาตัวละคร (เป็นอะไรที่ทั้งฮาทั้งเกรียนดีโคตร) และก็มีฉากวาบหวิวมาให้ดูกล่อมแกล้มบ้าง (รวมไปถึงแอบเอาใจคนเล่นหญิงและชาว Y ในช่วง 15 วินาทีช่วงแรกของเกมด้วย) แต่การปะทะกับศัตรูในเกมก็ไมได้โหดหัวขาด เลือดสาดอะไรนัก โชคดีที่เกมนี้ฉากหวาบหวิวไม่ได้ถึงระดับเรท X จึงทำให้เด็กๆ สามารถเล่นได้บ้าง เพราะฉากวาบหวิวมันก็อยู่ในระดับเดียวละครหลังข่าวนะแหละครับ (เอาอะไรมากับละครสมัยนี้) ส่วนเรื่องของดันเต้ขี้ยาสูบบุหรี่นั้นต้องบอกว่าในเกมไม่มีนะครับ แฟนเกมสบายใจได้ ดันเต้ในภาคนี้เขาก็คือดันเต้ที่พวกเรารู้จักนะแหละ (มีความเป็นไปได้ว่า CAPCOM จะตัดออกหลังจากที่แฟนเกมรุมด่านะแหละ หึๆ)

อย่างไรก็ตาม ตัวเกมก็ยังเผยจุดด้อยออกมาให้เห็นบ้าง ไม่ว่าจะเป็นตัวละครตกฉาก (แต่ก็กระโดดออกมาได้) มอนเตอร์บินนิ่งไม่ทำอะไรเลยจนคนเล่นต้องโหลดฉากเล่นใหม่ , การโหลดฉากไม่ทันทำให้ดูขัดๆ รวมไปถึงความไม่สมเหตุสมผลในบางฉาก แต่จริงๆ แล้ว สิ่งต่างๆ ที่บอกมานั้นมีเพียงแค่ 5 – 10 % เท่านั้น และมันก็ไม่ได้ทำให้คนเล่นเสียอารมณ์ในการเล่นเท่าไหร่ด้วย อาจจะรู้สึกขัดๆ ซักหน่อยเสียมากกว่า

ไม่ว่าคุณจะแอนตี้ดันเต้ผมสีดำมากน้อยแค่ไหน หรือคุณจะไม่เคยเล่นเกม Devil May Cry มาก่อน ถ้าคุณต้องการหาเกมต่อสู้มันส์ๆ เร้าอารมณ์ การควบคุมที่เรียบง่ายและไหลลื่น กับฉากปะทะศัตรูที่น่าตื่นเต้นและฉากที่น่าตื่นตาแล้วหละก็ DmC: Devil May Cry จะเป็นเกมที่คุณห้ามพลาดเลยหละครับ ความมันส์ของตัวเกมจะรีดความสนุกของคนเล่นตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่มีคำว่าผิดหวังแน่นอนครับ

จุดเด่น
– แอ็คชั่นการต่อสู้ระดับโคตรมันส์ ควบคุมง่ายและลื่นไหล
– ดึงจุดเด่นของเกมภาค 3 และภาค 4 เอามาผสมกันได้อย่างลงตัว
– เน้นการเล่าเรื่องและความง่ายในการเข้าถึง จึงทำให้เกมไม่ยากและไม่ง่ายจนเกินไป
– ศัตรูที่น่าสนใจ ฉากที่น่าตื่นตา รีดอารมณ์และประสบการณ์ความสนุกได้ตั้งแต่ต้นเกมจนจบเกมโดยไม่มีคำว่าน่าเบื่อ
– ไม่กินสเปคสูงมาก คอมสเปคเก่าเมื่อ 6 ปีที่แล้วเล่นได้สบาย ภาพสวยอีกต่างหาก
– สามารถเก็บไฟลฺ์เซฟได้ โดยไฟล์เซฟเกมจะอยู่ใน Steam\userdata\(รหัส ID ของคุณ)\220440

ข้อเสีย
– มีบั๊กออกมาประปราย ไม่ทำให้เสียอารมณ์ แต่มันรู้สึกขัดลูกกะตา เพราะมีให้เห็นน้อยมาก
– มีฉากวาบหวิวออกมาโดยไม่จำเป็น เพราะน้อยมาก สำคัญคือเกมไม่ได้โหดรุนแรงอะไรนัก (มีฉากโหดแค่ฉากเดียวเท่านั้น)
– การแก้ปริศนาก่อนเจอบอสสุดท้ายในเกมที่ทำให้อารมณ์คนเล่นสะดุด
– การควบคุมคีย์บอร์ดกับเม้าท์แม้ว่าจะทำได้ดีขึ้น แต่ก็ควบคุมได้ยากกว่าจอยเกมอยู่ดี
– เนื้อเรื่องไม่สมเหตุสมผลในบางฉาก

เกม DmC: Devil May Cry มีวางจำหน่ายแล้วบน Steam คุณสามารถซื้อ CD-key เกมราคาประหยัดได้ในราคา 699 บาท ได้ที่้ร้าน Digitalkeystore.com

 17.jpg (312×277)

บทความรีวิวนี้ได้รับการสนับสนุนโดย ร้าน Digitalkeystore.com ขอบคุณสำหรับตัวเกมที่นำมาให้เขียนรีวิวนะครับ

สนใจสั่งซื้อเกม คลิกที่นี่ – http://www.digitalkeystore.com/dmc-devil-may-cry-5

Comments

comments