(รีวิวเกมออฟไลน์) F.E.3.R ปิดฉากเกมแอ็ดชั่นสุดสยอง…นิดหน่อย

 

สำหรับเจ้าของร้าน อาจจะไม่ค่อยรู้จักเกม F.E.A.R นัก โดยเกม F.E.A.R นั้นได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับเกมแนว FPS โดยการเอาเกมแนวยิงปืนมาผสมกับเกมแนวสยองขวัญ และใช้ระบบ Slow motion ทำให้เป็นจุดเด่นของเกมนี้ไปโดยปริยาย ตัวเกมได้ดำเนินมาถึงภาค 3 ซึ่งเป็นการปิดฉากเรื่องราวทั้งหมด แต่ทว่า สำหรับผมที่ตามเกมนี้มาตั้งแต่ภาคหนึ่ง บอกได้เลยว่าภาค 3 เหตุสยองมีไม่สะใจเท่าไหร่ แถมตัวเกมยังกับออกแนว C๐ll Of Duty ซะอย่างไรอย่างนั้น มาดูกันครับว่าตัวเกมเป็นยังไง

ภาพจากภาค 1

สำหรับเนื้อเรื่องนั้นมันจะเอ่ยถึงบริษัทแห่งหนึ่งที่ได้พยายามสร้างอาวุธที่สามารถควบคุมกองกำลังทหารได้ในระยะไกลผ่านมนุษย์ ซึ่งได้มีการจับเด็กผู้หญิงมาทดลอง และให้เธอกำเนิดลูกออกมา ซึ่งลูกทั้งสองคนของเธอนั้นก็มีพลังจิตเหมือนกัน คนหนึ่งนั้นมีพลังจิตที่สามารถควบคุมสะกดจิตมนุษย์ได้เป็นกองทัพและเข้าสิงร่างได้ ส่วนอีกคน เป็นคนที่จะเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว และคนๆ นั้นก็คือ ตัวเราซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่องนั่นเอง ในภาค 1 เราได้ตามล่า น้องชาย ของเราเอง (ซึ่งไม่รู้ในตอนแรกว่าเป็นพี่น้องเรา) โดยมีผีสาวนาม Alma โผล่มาให้เราตกใจกันเล่นๆ และนั่นก็คือแม่ของเรานะแหละ

ภาพจากภาค 2

ในตอนจบของภาค 1 ผีสาว Alma ได้ใช้ระเบิดนิวเคลียรถล่มเมืองทั้งเมืองเพื่อเป็นการแก้แค้น ส่วนตัวเรานั้นก็ได้ฆ่าน้องชายตัวเองไป และถูกพวกองค์กรจับตัวไป ส่วนเหตุการณ์ในภาค 2 เอ่ยถึงหน่วยรบอีกหน่วยที่ได้มาตามล่าและเตรียมกำจัด Alma ตัวเอกของภาค 2 ชื่อว่า แบ็คเกท ซึ่งผีสาว Alma สนใจเขามาก ตอนจบของภาค 2 ฝ่ายพระเอกพยายามที่จะจับ Alma ขังเอาไว้ แต่คนขององค์กร คิดที่จะเอาตัว Alma ไปต่อรองกับองค์กร จึงหักหลัง และขัง Alma ไปพร้อมกับพระเอก ซึ่งพระเอกได้พยายามที่จะขัง Alma เอาไว้จากในเครื่องควบคุม ซึ่งปรากฎว่า Alma ได้ข่นขืนตัวเอกทางจิตโดยที่เขาทำอะไรไม่ได้ เพื่อที่จะให้กำเนิดบุตรคนที่สามขึ้นมา

น้องชายเราที่ฟื้นจากความตายมาช่วยเรา

ในภาค 3 นั้น ตัวเอกจากในภาค 1 ถูกจับขังไว้ในที่ขังขององค์กรและถูกทรมาณเพื่อรีดข้อมูล ขณะนั้น น้องชายของเรา ได้ฟื้นคืนชีพจากความตายและมาช่วยตัวเอกไว้ โดยเขาจะช่วยตัวเอกเดินทางไปหา Alma แม่ของพวกเขาที่กำลังจะให้กำเนิดเด็กคนใหม่ ไม่รู้ว่าเขามีจุดประสงค์อะไรกันแน่ แต่ถ้าเด็กคนที่ 3 เกิดขึ้นมาได้ โลกถึงคราวหายนะแน่ๆ ในงานนี้ เราจึงต้องฝ่าพวกองค์กรที่พยายามมาขัดขวางและจะไปเก็บเด็กคนที่ 3 เอาไว้ (ยังไม่เข็ดอีกเนอะ) โดยเรื่องราวในภาค 3 นี้จะเปิดเผยภูมิหลังของตัวเอกว่ามีที่มายังไง

เดินยิงตามสูตร

สำหรับแนวทางในการเล่นนั้นก็ไม่มีอะไรยาก เจอใครซัดยิงได้หมดครับ ตัวเราคนเดียวแต่สามารถถล่มศัตรูได้เป็นกองทัพ แถมด้วยผลพวงพลังอำนาจของ Alma ที่ภาคนี้มีมหาศาลทำให้แต่ละพื้นที่เกิดภัยพิบัติ กองกำลังขององค์กรจึงขนกำลังพลมาขัดขวางเราเป็นจำนวนมาก บอกได้เลยว่าความรู้สึกในการเล่นนั้นผมแทบไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายของเกม F.E.A.R เลย แต่รู้สึกเหมือนกำลังเล่น C๐ll of Duty เสียมากกว่า เพราะเหมือนเกมจะเน้นให้เราบุกตะลุยฝ่ากองกำลังทั้งทหารและพวกภูติผีปีศาจเสียเป็นส่วนใหญ่

ต๊ะเอ๋

ถ้าถามว่าแล้วฉากน่ากลัวๆ ในเกมนั้นไม่มีเหรอ ? คำตอบก็คือ มีครับ แต่เท่าที่เล่นมา ทั้งเกมมีไม่ถึงครึ่ง (ซึ่งต่างจาก F.E.A.R ภาคแรก ตรงที่ว่าเจอกันแทบทุกฉาก และฉากไหนที่ได้ยิงสู้ทหารจะเป็นตอนที่คนเล่นโล่งใจมากเพราะจะไม่เจออะไรที่น่ากลัว) ถ้าถามว่าฉากน่ากลัวในเกมนี้เป็นยังไง มันไม่ได้สยองหรือหลอนเท่าภาคแรกหรอก ประมาณว่าหากคนไหนเคยผ่านภาคแรกหรือภาค 2 มาก่อน คุณจะสะดุ้งกับฉากน่ากลัวไม่ถึง 3 – 5 ฉาก แต่ถ้าคุณไม่เคยเล่นมาก่อน ไม่แน่ คุณอาจหวาดผวากับฉากที่หลอนๆ น่ากลัวก็ได้ แต่มันก็ไม่ได้ถึงกับระดับที่ขึ้นชื่อ “เกมสยองขวัญ” เท่าไหร่นัก มันจะกลายเป็นว่า ฉากสยองขวัญที่มีในเกม จะเป็นแค่ฉากให้เจอแก้เบื่อเท่านั้น

ความน่ากลัวมีราวๆ 35 – 40 % เองด้วยซํ้า

หากมองในแง่ดีแล้ว ฉากสยองขวัญที่มีน้อยกว่าภาคแรกนั้นจะทำให้คนเล่นตามร้านอินเตอร์เนตกล้าเล่นเกมนี้กันมากขึ้น เพราะจากการสังเกตพบว่า ในตัวเกมภาคแรก ไม่มีเด็กคนไหนกล้าเล่นเกิน 30 นาที หรือเล่นเกิน 30 นาทีได้ก็คือไม่กล้าใส่หูฟัง ก็เพราะว่ากลัวกันนั่นเอง ตัวเกมออกแนวบู๊มากขึ้น ทำให้การบู๊ของเกมนี้ทำออกมาได้สนุกมากๆ โดยเฉพาะการขึ้นหุ่นยนต์แล้วยิงไล่บี้พวกลูกกระจ๊อกในเกมถือว่าเป็นอะไรที่รื่นรมบันเทิงใจมากๆ มันสนุกเสียจนความน่ากลัวที่เคยผ่านมาแล้วมลายหายไปหมดสิ้นเลย จุดนี้เองที่จะทำให้ตัวเกมภาค 3 มีสิ่งที่ดึงดูดและน่าเล่นมากกว่าภาคแรก

สโลวโมชั่น จุดขายของเกม

ตัวเกมเพลนั้นบอกได้เลยว่าเล่นไม่ยากจนเกินไป ตัวเกมจะมีระบบ Slow Motion ที่ทำให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวเคลื่อนไหวช้าลงทำให้เราจัดการได้ง่ายอีก อีกทั้งตัวเกมมีระบบหลบที่กำบังแบบใหม่ที่สร้างลูกเล่นได้เวิร์คมาก ทำให้การเล่นมีลูกเล่นที่แปลกใหม่และน่าดึงดูด สำคัญคือมันช่วยชีวิตคนเล่นได้เยอะ ส่วนความโง่ของ AI นั้นถ้าในระดับง่าย (ที่จะเป็นระดับที่คนในร้านจะเลือกเล่นกัน) เรียกได้ว่าถ้าไม่ได้บ้าบุกเข้าไปหาพวกมันแบบไม่หลบไม่อะไรเลย รับรองครับว่าสามารถเล่นกับพวกมันได้อย่างสบาย จุดนี้ทำให้ตัวเกมเล่นได้ไม่ยากครับ

มัน C๐ll of Duty ใช่ไหมเนี่ย -*-

ทางด้านภาพกราฟฟิกนั้นถ้าเป็นคนเล่นระดับ HardCore หน่อยคงจะเฉยๆ เพราะมันก็ไม่ได้ใหม่หรือคมชัดอะไรมากมายนัก แต่ตรงจุดนี้ก็นับได้ว่าเป็นข้อดีอย่างสำหรับร้านอินเตอร์เนต เพราะว่าคอมคนไหนสเปคเก่าๆ สามารถลงเกมนี้ได้สบาย จากการที่ผมทดสอบกับคอมสเปค CPU Dual E2140 1.60 G , Ram 1 G และ VGA 8400GS ซึ่งนับได้ว่าเป็นสเปคที่แทบจะรับเกมสมัยใหม่ไม่ได้นั้นพบว่า ตัวเกมนั้นสามารถรันได้ดีในระดับหนึ่ง มันอาจจะดูหนืดๆ บ้าง แต่จากการทดสอบเล่นก็พบว่าไม่มีปัญหาเรื่องการกระตุกของฉากหรือการโหลดช้าเลย เรียกได้ว่า สอบผ่านหมดห่วงเรื่องภาพกราฟฟิกไปได้เลย

หากเล่นโดยไม่เปิดเสียง อาจพลาดฉากพวกนี้ก็ได้ (ประมาณมันมาแล้วแต่คนเล่นไม่รู้เรื่อง)

ส่วนระบบเสียงนั้นทำออกมาได้ยอดเยี่ยมและอลังมากๆ ครับ เสียงกระหึ่มสมกับที่นำระบบเสียง Dolby เอามาใช้ รับรองว่าด้วยระบบเสียงแบบนี้ทำให้การเล่นนั้นทำออกมาได้อย่างสนุกสนานมาก หมดห่วงเรื่องเสียงไปได้เลย

ไอ้หมอกมฤตยูข้างหลังมันคืออาร้ายยยยย!

จุดเด่นของตัวเกมอีกอย่างก็คือ มีระบบมัลติเพลเยอร์ที่ทำออกมาได้น่าสนใจและสนุกหลายอย่างมาก ตั้งแต่โหมดเอาตัวรอดให้ได้นานที่สุด , โหมดกำจัดปีศาจที่จะมีคนโดนสุ่มเป็นปีศาจแล้วไปไล่ฆ่า , โหมด CO-OP ที่จะเล่นกับเพื่อน 2 คนตะลุยโหมดเนื้อเรื่อง และไฮไลท์เด่นจริงๆ คือ โหมด F**king Run ที่เรากับเพื่อน 4 คนต้องวิ่งฝ่าฝูงศัตรูเพื่อหนีหมอกมหาบรรลัยที่ไล่ตามเรามาเบื้องหลัง เป็นโหมดที่มีกลิ่นอายของ L4D เป็นอย่างมาก สนุก ตื่นเต้นและต้องทีมเวิร์กกันสุดๆ ซึ่งแน่นอนว่าโหมดมิลติเพลเยอร์ไม่สามารถเล่นผ่าน Lan กันได้ ต้อง Online เท่านั้น หมายความว่าหากทางร้านมีจุดประสงค์ที่จะเล่นกันหลายเครื่องก็ต้องซื้อเรียงเครื่องหละครับ

ถึงจะกลัว แต่ก็ต้องเข้าไปสินะ..

ตัวเกมลงผ่านระบบ Steam และมีระบบ Steam Cloud อยู่ ทำให้อาจเกิดการสงสัยว่าแล้วแบบนี้จะเซฟได้ไหม ? คำตอบก็คือ เซฟได้ครับ สามารถตั้งค่าให้ลงได้หลายเครื่องได้เลย โดยไฟล์เซฟมันจะซ่อนอยู่ใน Steam\userdata\23698513\21100\local ครับ

ศัตรูแบบนี้คุ้นๆ นะ – – “

กล่าวโดยสรุป ตัวเกม F.E.A.R 3 นั้นถือว่าเป็นการปิดฉากที่ไม่ได้ทำออกมาอลังอะไรมากมาย แค่รู้สึกอิ่มกับเรื่องราวที่เป็นปริศนา แต่ไม่ได้สะใจสมกับการปิดท้าย แต่ด้วยการที่ตัวเกมลดความน่ากลัวและเน้นความแอ็คชั่นมากขึ้น ทำให้ตัวเกมนี้ไม่น่ากลัวเท่าภาคแรก จะดึงดูดให้มีคนสนใจเข้ามาเล่นกัน อย่างไรก็ตาม ตัวเกมนั้นอาจไม่ดึงดูดและหากคนเล่นไม่รู้จักเกมนี้มาก่อนจะไม่สนใจเลย เจ้าของร้านต้องพิจารณาให้ดีๆ ครับ

จุดเด่น
– แอ็คชั่นมันมาก เล่นไม่ยาก
– ภาพกราฟฟิกอาจไม่สมจริงอะไรนัก แต่เป็นข้อดีของร้านที่ยังมีคอมสเปคเก่า
– ระบบเสียงทำออกมาได้กระหึ่มดี
– ตัวเกมน่ากลัวน้อยลง เหมาะที่จะทำให้คนในร้านกล้ามาเล่น
– ระบบตัวเกมทำออกมาได้น่าสนใจ โดยเฉพาะโหมดมิลติเพลเยอร์

ข้อเสีย
– ความน่ากลัวมีนิดเดียว ? นี่มันไม่ใช่ F.E.A.R แล้ว ปิดฉากเกมได้ไม่สวยนัก
– ตัวเกมมีฉากที่ไม่เหมาะสมกับเด็กตัวเล็กๆ เยอะ โดยเฉพาะเลือดท่วมจอ
– ไม่สามารถ Lan ผ่านระบบมิลติเพลเยอร์ได้ โอเค มันสามารถเล่นคนเดียวได้ แต่มันจะสนุกตรงไหนหากไม่ได้เล่นกันหลายคน ?
– ขาดเสน่ห์ของ F.E.A.R ไปราวๆ 40 – 50 % เลยทีเดียว
– คนไหนที่ไม่เคยผ่านภาคหนึ่งมาก่อน อาจงงกับเนื้อเรื่องได้

รายละเอียดการซื้อเกมลิขสิทธิของ Newera ไปอ่านได้ที่ >>> คลิกที่นี่ <<<

Comments

comments