(รีวิว) MirrorWar : เมื่อ Arcade Shooting รวมร่างกับ MMORPG เกมสุดแนวจึงบังเกิด

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเกมแนว Arcade Shooting หรือถ้านึกภาพไม่ออกก็คือแนวคล้ายๆ กับยานยิงอวกาศกระสุนเยอะๆ มาผสมผสานกับเกมแนว MMORPG ที่มีตัวละครเป็นคนแทน!! นี่คือคอนเชปของเกม MirrorWar หรือชื่อภาษาไทยว่า “ความศรัทธาหวนคืน” ของค่ายเกมน้องใหม่ “Skymate” ที่ได้นำเกมนี้มาเปิดเป็นเกมแรกในไทย รับรองว่าเป็นหนึ่งในเกมที่แหวกแนวอย่างที่สุดแน่นอน

ตัวเกมนั้นมีเรื่องราวเกิดขึ้นในอาณาจักรแห่งหนึ่ง ซึ่งได้ถูกกองทัพปีศาจรุกราน จนทำให้เกิดเป็นพันธมิตรสองฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายกองกำลังเพื่ออิสระภาพของมนุษย์ และภาคีดำ ที่ต้องการรวมโลกเป็นหนึ่งเดียว แถมในเกมยังมีอีกฝ่ายมาให้เล่น นั่นก็คือฝ่ายกองกำลังปีศาจด้วย (ยังไม่ได้เปิดให้เล่นช่วง CBT) โดยทั้งสามฝ่ายนั้นจะมีเนื้อเรื่องที่แตกต่างกัน รวมไปถึงอาชีพบางฝ่ายที่แตกต่างกันบ้างเล็กน้อยอีกด้วย

แม้ว่าตัวเกมจะยังคงเน้นเรื่องของการบุกรุกของปีศาจที่ทำให้เรื่อวราวดูวุ่นวาย แต่ก็มีการถ่ายทอดเนื้อหาของเควสต่างๆ ออกมาได้น่าสนใจ คนเล่นจะสามารถรับรู้ความเป็นมาไปเรื่อยๆ ตามเนื้อเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้มีเบื้องหลังเบื้องหลังอะไรที่ลึกเข้มข้นมาก แต่การถ่ายทอดเรื่องราวในโลกของเกมนั้นทำออกมาได้ดีเยี่ยม เราไม่ได้เห็นเกมที่ถ่ายทอดเนื้อเรื่องของเกมดีๆ มานานแล้ว และ MirrorWar เองก็เป็นหนึ่งในนั้น แม้แต่เควสรองต่างๆ เองยังมีบางเควสที่บอกเล่าเรื่องราวของตัวเกมออกมาได้ดีเลย

ฉะนั้นแล้วเอาแค่เนื้อเรื่องของตัวเกมก็มีความน่าสนใจแล้ว การดำเนินเนื้อเรื่องในเกมที่ทำออกได้น่าสนใจเสมือนกับการอ่านนิยายเรื่องหนึ่ง บวกกับการแปลภาษาของทางทีมงานก็ทำออกมาได้ดีระดับหนึ่ง แม้ว่าบางส่วนจะแปลแปลกๆ ออกมาไปบ้าง หรือรวมไปถึงจับตัวละครหญิงให้กลายเป็นสาวดุ้นซะงั้น (เป็นผู้หญิงแต่ดันพูดครับ) ซึ่งหากมีการเกลาตัวนี้ออกมาหน่อยจะทำให้ตัวเกมออกมาได้น่าสนใจกว่านี้ครับ

เกมเพลของเกมนั้นจะเป็นลักษณะการเดินเล่นรับเควสในเมือง จะซื้อของ หาปาร์ตี้ หรือทำอาวุธแหก สามารถทำได้ในเมืองไปเลย แต่พอออกนอกเมืองจะเป็นการเลือกดันเจี้ยนเพื่อไปเก็บเลเวลและทำเควส โดยในเกมนี้พื้นที่ในดันเจี้ยนนั้นจะเป็นมุมมองแบบ Arcade Shooting ที่ตัวละครจะสามารถโจมตีออกมาได้ยังกับยิงปืน และมีศัตรูออกมาให้รุมฆ่าเป็นจำนวนมาก แน่นอนว่ามีจำนวนกระสุนหลุดออกมาเต็มหน้าจอกันอีกด้วย

ความแตกต่างของเกมนี้กับเกมแนวยานอวกาศก็คือ ตัวละครจะเป็นมนุษย์ ซึ่งจะมีการใช้สกิลเหมือนกับเกม MMORPG ทั่วๆ ไป ซึ่งจะมีสกิลทั้งหลากหลายและซัพพอตกับคนในปาร์ตี้ และที่สำคัญก็คือมุมมองจะแปลกใหม่อย่างมาก เพราะเกมนี้เสนอความ “โม้” ออกมาสุดๆ คนที่ไหนยิงธนูออกมาได้ยังกับยิงปืน หรือคนที่ไหนเอาดาบตวัดทีมีคลื่นดาบหลุดออกมา ซึ่้งทำให้อารมณ์ในการเล่นแตกต่างจากเกมแนว Arcade Shooting เกมอื่นๆ อย่างแน่นอน

สำคัญก็คือตัวศัตรูเองก็เป็นพวกมอนเตอร์ที่เราเห็นตามเกม MMORPG ทั่วๆ ไป แต่ที่ต่างแน่ๆ ก็คือพวกศัตรูเองก็จะยิงกระสุนออกมาโจมตีคนเล่นด้วย และในระดับความยากจนถึงความยากมากนั้นก็จะมีปริมาณกระสุนเยอะมากๆจนเต็มหน้าจอ จึงทำให้ตัวเกมเกิดความท้าทายโดยเฉพาะคนเล่นที่เป็นพวกฮาร์ดคอร์เกมแนว Arcade Shooting อยู่แล้วก็สามารถสนุกกับเกมนี้ได้ในช่วงเลเวลต้นๆ แต่ตัวเกมก็เพิ่มโอกาสหลบกระสุนโดยการ “กระโดด” หลบได้ด้วย

ดังนั้นแล้วเมื่อตัวเกมเป็นแนว Arcade Shooting รูปแบบสกิลจึงไม่เหมือนเกมอื่น ตัวเกมจะมีสกิลให้อัพสามแบบ ก็คือการโจมตีปกติ , การโจมตีรอง (จะเป็นท่าโจมตีออกมาเองเมื่อใช้ได้ ใช้ปุ่มเดียวกับปุ่มโจมตีหลัก) และสกิลใช้งานทั่วไป และในเกมนั้นก็ยังมีบัฟต่างๆ ให้เก็บเหมือนเกม Arcade Shooting เกมอื่นๆ ไม่ว่าจะโจมตีเร็วขึ้น , โจมตีแรงขึ้น หรือบัฟเพิ่มเลือด เพิ่ม SP เป็นต้น และในการตะลุยดันเจี้ยนแต่ละครั้งก็กินเวลาไม่นาน จึงทำให้เกมไม่ได้เล่นนานจนน่าเบื่ออย่างที่คิด

ถึงเกมจะเน้นในส่วนของเนื้อเรื่องมาให้อ่านกัน แต่ตัวเกมก็ยังพออนุโลมความเป็นอิสระให้คนเล่นในการเล่นแบบอื่นๆ บ้าง ไม่ว่าจะไปตะลุยดันเจี้ยนเพื่อเก็บเเลเวลเอา (ถ้าไม่ห่วงค่า FTG หมด) หรือการไป PVP กับชาวบ้าน (นัวกันกระสุนว่อนเต็มจอ) จึงทำให้ตัวเกมมีความเป็น MMORPG สมบูรณ์แบบมากเกมหนึ่ง ซึ่งจะต่างจากเกมอื่นๆ ตรงที่ว่าการเก็บเเลเวลต่างๆ จะเป็นแบบ Arcade Shooting เท่านั้นเอง

แต่เมื่อมองข้อดี ดันเจี้ยนในแต่ละด่านและแต่ละระดับความยากก็จะมีรูปแบบเกมเพลที่ต่างกัน มีกับดักหรืออุปสรรคที่ต่างกัน จึงทำให้ตัวเกมมีภาพบรรยากาศที่หลากหลายไม่ซํ้าแบบเยอะมากจนเกินไป (ถึงทั้งเกมจะมีบรรยากาศโทนเดียวกันก็เหอะ) และตัวเกมก็ออกแบบการควบคุมได้ดี ไม่ว่าจะใช้จอยหรือว่าใช้คีย์บอร์ดในการเล่นก็ตาม สำคัญก็คือความยากทั้ง 3 ระดับที่มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ตัวเกมนั้นเล่นได้หมดไม่ว่าจะเป็นคนเล่นที่เล่นไม่เก่งหรือพวกเจนจัดในเกม Arcade Shooting มาก่อน

และยิ่งทั้งสามฝ่ายจะมีเนื้อเรื่องและอาชีพที่ต่างกัน หากเล่นจนถึงเลเวลตันแล้วก็จะสามารถกลับมาเล่นใหม่เพื่อดูเนื้อหาของอีกสองฝ่ายได้อีกด้วย ทำให้การสร้างตัวละครใหม่อาจไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด เพียงแต่ว่าในบางเควสนั้นตัวเกมจะบังคับให้เราต้องลงดันเจี้ยนเดิมๆ ซํ้าๆ ซึ่งอาจทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายได้เหมือนกัน ยังดีที่ตัวเกมอนุญาติให้คนเล่นกดออกจากดันเจี้ยนได้เลยเมื่อทำเควสเสร็จแล้วโดยไม่ต้องเล่นจนถึงบอส

กราฟฟิกของเกมนั้นทำออกมาได้ธรรมดาอยู่เพราะเป็นเกมที่มีการพัฒนามานานมาก กราฟฟิกเลยไม่ได้เปลี่ยนไปจากเกมสมัยเมื่อ 3 – 4 ปีที่แล้วเท่าไหร่นัก ข้อดีของส่วนนี้คือทำให้คอมสเปคเก่าๆ จะสามารถเล่นได้ แต่ทีเด็ดของเกมก็คือเพลงประกอบของเกมนี้ทำออกมาได้ดีมาก แม้ว่าในเมืองเสียงจะชวนง่วงไปบ้าง แต่เพลงในดันเจี้ยนก็ทำออกมาได้เข้ากับบรรยากาศของการเล่นได้เป็นอย่างดี แถมเพลงประกอบก็ติดหูคนเล่นได้ง่ายอีกด้วย

จุดอ่อนที่เห็นได้ชัดก็คือแนวที่แตกต่างของเกมนี้กับเกมแนว MMORPG เกมอื่นๆ ซึ่งจะถูกใจกับคนเล่นเฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบเกมแนว Arcade Shooting เท่านั้น และอาจเป็นเกมที่ไม่เหมาะกับเด็กๆ เท่าไหร่เพราะพวกนี้จะกลัวเวลาเจอกระสุนว่อนเต็มจอ กลุ่มเป้าหมายของเกมนี้จึงเน้นไปส่วนของฮาร์คคอร์ Arcade Shooting หรือคนเล่นที่ชื่นชอบเกมแนว MMORPG แบบเสพเนื้อเรื่องเสียมากกว่า ซึ่งตรงนี้ค่ายเกมต้องทำการบ้านให้เยอะหน่อย เพราะว่าตรงๆ แล้ว ใช่ว่าเกมนี้จะเป็นแนวที่ทุกคนเล่นได้

จุดเด่น
– ความเป็น Arcade Shooting ในเกมแนว MMORPG แตกต่างไม่ซํ้าแนวกับเกมอื่นแน่นอน
– ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวและเกมเพลที่สนุก รองรับทั้งคนเล่นไม่เก่งและพวกฮาร์ดคอร์ Arcade Shooting
– เนื้อเรื่องถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก มีที่มาที่ไปและทำให้เรารู้จักกับโลกของเกมได้มากขึ้น
– 3 ฝ่าย อาชีพไม่ซํ้าแบบ เรื่องราวที่ต่างกัน ดึงดูดให้คนเล่นที่ไม่มีอะไรทำ สามารถสร้างตัวละครใหม่เล่นอีกครั้งได้ไม่เบื่ออย่างที่คิด
– กราฟฟิกอาจธรรมดา แต่เฟรมเรตจะไม่ตก เล่นได้ทุกสเปค แต่สำคัญคือเพลงประกอบสุดอลัง
– เหมาะสำหรับคนเล่นที่ชอบเสพเนื้อเรื่อง และพวกเจนจัด Arcade Shooting

ข้อด้อย
– ไม่เหมาะกับกลุ่มเด็กๆ ซึ่งเป็นฐานคนเล่นในเมืองไทยส่วนใหญ่ เพราะความแปลกแนวไปจนทำให้ไม่เป็นที่น่าสนใจ ตรงนี้ค่ายเกมต้องรุกตลาดให้มาก
– เป็นเกมที่ไม่เหมาะกับคนเล่นที่ไม่ชอบการอ่านแล้วเอาแต่กดข้าม เพราะจะทำให้พลาดจุดเด่นของเกมไป
– การแปลภาษาบางส่วนออกมาดูแปลกๆ และจับบังคับตัวละครเป็นเพศชายหมด (คือ ตัวผู้หญิงก็พูดครับ)
– การปรับแต่งหน้าตาตัวละคร ปรับแต่งได้น้อยไป (เวอร์ชั่น CBT)
– ช่วง CBT ยังมีอะไรขาดๆ หายๆ อยู่บ้าง โดยเฉพาะเรื่องภาษาที่อ่านไม่ได้หลายจุด คงต้องลุ้นว่าตอน OBT จะแก้ปัญหาได้ไหม
– กราฟฟิกธรรมดาไปหน่อย คนเล่นที่ชื่นชอบการเสพกราฟฟิกอาจไม่ชอบในจุดนี้ เนื่องจากเกมพัฒนามานานแล้วนั่นเอง

เกม MirrorWar มีแผนที่จะเปิดให้บริการ Oprn Beta ในวันที่ 19 มีนาคมนี้

เว็บไซด์หลักของเกม        – www.megagame.in.th
แฟนเพจ            – www.facebook.com/mirrorwar.thai

Comments

comments