(รีวิวเกมออฟไลน์) Orcs Must Die! 2 : ปฐมบทของการรุกรานครั้งใหม่

ข้าไม่มีที่ให้หนีอีกแล้ว…!!

ข้ากระเสือกกระสนวิ่งหนีสิ่งมีชีวิตที่ชอบไล่ล่าฆ่าเหล่ามนุษย์ พวกมันถูกสะกดโดย The Order ในการเข้ามาล้างแค้นด้วยสาเหตุเรื่องการละเมิดการเข้าศึกษาเวทมนต์ดำ แม้ว่าข้าจะรู้ว่าพวกออคเองก็ไม่ได้รังเกียจในการโดนสะกดจิตก็ตาม มันยิ่งทำให้ข้ารู้สึกไม่ดีขึ้นยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
พลังเวทย์ของข้าก็เริ่มหมด พวกออคไล่ตามข้าจนขึ้นมาถึงในถํ้าหน้าผาสูงชัน พวกมันจ้องมองมองดูข้าพร้อมกับสายตาที่โหดเหี้..มราวกับต้องการฉีกร่างของข้าให้เป็นชิ้นๆ ข้าจ้องมองมันด้วยความเจ็บแค้นด้วยความหวาดกลัว ข้าจะต้องตายมันตรงนี้เลยหรือ ท
แสงสว่างส่องออกมาจากข้างหลังของข้า เมื่อข้าหันไปมอง แสงสีขาวอมฟ้าส่องประกายราวกับพระอาทิตย์ที่ส่องสว่างยามคํ่าคืน ข้ามองมันข้าก็รู้ได้ทันทีว่ามันคืออะไร
มันคือ The Rift หรือ ประตูมิตินั่นเอง
ข้าไม่มีทางเลือกมากที่ข้าจะต้องวิ่งฝ่าประตูมิตินั้นไปไม่ว่ามันจะไปโผล่ที่ไหนก็ตาม ข้าไม่มีเวลาที่จะตั้งคำถามด้วยซํ้าว่ามันมีมาได้ยังไง พวกออคกำลังไล่ตามข้า พร้อมกับแยกเขี้ยวและอ้าปากหัวเราะด้วยเสียงที่น่ารังเกียจของพวกมัน
เมื่อข้าผ่านประตูมิติมาได้ ข้าค้นพบบุรุษคนหนึ่งที่ข้าคิดว่าหลายคนน่าจะรู้จักดี ข้าทราบแต่นามของเขาว่าเขาคือฮีโร่ผู้ปิดตายประตูมิติจากการรุกรานของออคครั้งก่อน ผู้ที่ซึ่งตอนนี้มีเคราเต็มหน้าและมีใบหน้ายิ้มชวนเกรียนที่ข้าเห็นแล้วข้าจำเขาได้ในทันที
War Mage นั่นเอง
“ไงสาวน้อย ทะลุมาจากไหนเหรอ” เขาถามข้าด้วยนํ้าเสียงล้อเลียนข้าปนสงสัย
“วิ่ง!” ข้าตะโกนเตือนเขา
“อะไรนะ!” เขาถามข้าราวกับต้องการค้นหาคำตอบ แต่คำตอบนั้นก็ปรากฎออกมาแล้ว เพราะว่าพวกออคได้แห่ทะลักเข้าประตูมิติออกตามข้ามาแล้ว
“อ้อ พวกออคนี่เอง” War Mage ยิ้มออกมาด้วยความดีอกดีใจราวกับเขากำลังได้ของเล่นชิ้นเก่ากลับคืนมา “แจ่ม ข้าขอเก็บฝั่งนี้นะ ส่วนเจ้าก็เก็บพวกมันฝั่งนู้นก็แล้วกัน”
“ดะ เดี๋ยวก่อนสิ” ข้าตะโกนเรียกเขา แต่เจ้าตัวไม่ฟังเลย เขาคว้าอาวุธบางอย่างที่เป็นแท่งยาวราวกับท่อนไม้ออกมา แต่มันก็ไม่ใช่ท่อนไม้ และเขากำลังยืนเผชิญหน้ากับฝูงออคที่ถืออาวุธในมือและดาหน้าวิ่งเข้ามาหาเขา
“ระวัง!” ข้าเตือนเขา
เปรี้ยง!
เสียงดังสนั่นลั่นเมื่อสิ้นเสียงของข้า พวกออคกระเด็นหงายหลังออกมาพร้อมกับชิ้นส่วนของมันฉีกกระจัดกระจายไปทั่ว เลือดสีแดงฉานพุ่งกระฉูดออกมาเปรอะพื้นที่บริเวณนั้นไปหมด แสงสีฟ้าที่จางหายไปจากเสียงที่ดังเมื่อสักครู่นี้ข้าสัมผัสได้เลยว่ามันเป็นพลังเวทย์อย่างหนึ่งนั่้นเอง
“ใจเย็น น้องสาว” เขาหยิบอาวุธเมื่อครู่นี้ขึ้นพาดบ่าพร้อมกันหมุนตัวมายิ้มให้กับข้าราวกับต้องการอวดของเล่นใหม่ “ข้าไม่เป็นไรซักหน่อย เห็นไหม”
ยังไม่ทันที่ข้าจะได้ขอบคุณเขา ฝูงออคอีกจำนวนหนึ่งวิ่งเข้ามาและกำลังจะโจมตีเขาจากด้านหลัง
ฉึก…ฉึก…ฉึก…!
หนามจำนวนมากพุ่งออกมาโจมตีพวกออค เฉือดเฉือนร่างเนื้อของพวกมันจนทำให้พวกมันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด หลายตนไม่สามารถทนการโจมตีด้วยหนามที่เล็กจิ๋วและพุ่งมาด้วยความเร็วสูงไม่ไหวล้มลงสิ้นใจตายตรงนั้น แต่อีกหลายตัวก็พยายามที่จะวิ่งออกมาเพื่อโจมตีเขาหวังแก้แค้นให้กับพวกพ้องของมันที่ดับชีวิตไป แต่มันก็ก้าวขาออกมาได้ยากลำบากผิดปกติ เมื่อข้าก้มลงมองดูใต้ขาของพวกมัน ข้าก็พบว่ามียางเหนียวจำนวนมากที่พวกมันเหยียบอยู่ ทำให้มันเคลื่อนไหวได้ลำบาก มันกัดฟันมองดูเขาด้วยความเจ็บใจเคียดแค้น แต่หนุ่มนักรบผู้นั้นกลับหันหน้าไปยิ้มใส่มันพร้อมกับจ่ออาวุธของเขาที่ปากของมัน
“กระจอก”
เปรี้ยง!

เขาใช้อาวุธนั้นโจมตีใส่พวกมันจนทำให้หัวของมันกระเด็นหลุดออกจากบ่า ร่างที่ไร้ศีรษะของมันคุกเข่าลงกับพื้นก่อนที่จะร่วงล้มลงกับพื้นไป เขาหมุนอาวุธชิ้นนั้นควงหนึ่งรอบ ซึ่งข้าก็เพิ่งสังเกตเหมือนกันว่าเขาต้องทำแบบนั้นทุกครั้งที่โจมตีออกไป
“ไหนว่าเจ้าใช้เวทมนต์ไม่เก่งไง” ข้าถามเขาด้วยความสงสัย เพราะเป็นที่รู้ๆ กันว่าเขาใช้เวทมนต์ไม่เก่งและเป็นนักเรียนที่ห่วยที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่เขาวางกับดักมากมายขนาดนั้นในเวลาอันรวดเร็วได้ยังไงกัน แถมยังจะอาวุธประหลาดนั่นอีก
“เพราะข้าไม่ชอบใช้เวทมนต์สักเท่าไหร่ ข้าเลยดัดแปลงมันนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นเอง” เขาชูอาวุธในมือของเขามาให้ข้าดูเพื่อโอ้อวด “แต่ข้าไม่ให้ยืมหรอกนะ”
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ข้ากลับรู้สึกชอบเขากว่าตอนแรกเสียอีก
“ฮว๊ากกกก!”
เสียงฝูงออคอีกฝูงที่โผล่ขึ้นมาจากประตูมิติอีกฝึ่งหนึ่งใกล้ๆ ข้า เมื่อข้าหันไปมอง ข้าก็รู้ว่า สิ่งที่ War Mage ได้บอกกับข้าตอนแรกนั้นมันหมายถึงอะไร
“ระวังหน่อยสาวน้อย ให้ข้าไปช่วยไหม” เขาถามข้าด้วยนํ้าเสียงยียวนกวนประสาทเหมือนเช่นตอนแรก
“คิดว่าข้าเป็นใครกัน ข้าคือ Sorceress ผู้เก่งกาจที่สุดในแผ่นดินนี้” ข้าชูไม้คฑาขึ้นพร้อมกับประกาศเสียงดังลั่น “เรื่องเวทมนต์ ข้าไม่เคยด้อยกว่าใครอยู่แล้ว”
ข้ารวบรวมสมาธิเพื่อเพิ่มพลังเวทย์ให้กับข้า จากนั้นข้าได้ร่ายเวทย์เพื่อสร้าวกับดักเพื่อดักพวกมันเอาไว้ มันเป็นเมจิกไอเท็ม (อุปกรณ์เวทมนต์) ที่ข้าติดตัวมันเอาไว้เสมอและมันไม่เลยทำให้ข้าผิดหวัง
พวกฝูงออคเมื่อมองเห็นข้า ต่างเบียดเสียดและพากับบุกเข้ามาเพื่อหวังที่จะฉีกร่างสังหารข้าอย่างที่พวกมันหวังเอาไว้
ข้ายิ้มด้วยความยินดี จนทำให้พวกมันนึกสงสัยว่าข้ายิ้มทำไมกัน
ทันใดนั้น พวกมันบางส่วนต้องร้องเสียงดังลั่นเมื่อพวกมันพบว่ามันไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้ พวกมันยืนอยู่บนกับดักของข้าซึ่งจะทำให้ร่างของพวกมันแช่แข็งอย่างรวดเร็วจนมันไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้ พวกมันที่เหลือจ้องมองดูข้าด้วยความโกรธแค้นก่อนที่จะวิ่งหลบพวกที่เหลือของมันมาอีกทาง
แต่หารู้ไม่ว่าข้าได้วางกับดักลูกดอกอาบยาพิษเอาไว้ ลูกดอกอาบยาพิษจำนวนมากพุ่งโจมตีพวกมันอย่างรวดเร็วจนทำให้ร่างเนื้อที่น่าขยะแขยงของพวกมันละลายไปจนถึงกระดูกกันเลยทีเดียว ในขณะที่พวกมันกำลังร้องเสียงดังลั่นโหยหวนอยู่นั่น ข้าได้ยิงพลังเวทย์ของข้ารัวกระหนํ่าใส่พวกมันอย่างรวดเร็วจนทำให้มันถูกสังหารโดยที่ตัวของพวกมันไม่ได้เข้าเฉียดใกล้ข้าเลยแม้แต่น้อย
“โอ้โหแฮะ ไม้คฑาของเจ้านี่ทำให้ข้านึกถึงหน้าไม้ของข้าไว้เลยแฮะ โชคร้ายหน่อยที่ข้าไม่ได้หยิบมา” War Mage ซึ่งกำลังฟัดนัวเนียอยู่กับออคอีกฝูงหนึ่งตะโกนทักข้า แม้ว่าเขาจะโดนพวกออครุมล้อมหน้าล้อมหลัง แต่ชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์ก็ไม่หวั่นวิตกใดๆ ทั้งสิ้น เขายังโจมตีพวกออคด้วยอาวุธในมือของตนเองด้วยใบหน้าที่ยิ้มสะใจยิ่งกว่่าเดิม
ข้านึกถึงคำพูดของเขา กับดักของข้าแม้ว่าจะไม่เหมือนกันกับของเขา แต่มันก็คล้ายกันจนข้าปฏิเสธไม่ได้
มันเป็นเรื่องบังเอิญรึเปล่าข้ายังไม่แน่ใจเลย ข้าคิดในสิ่งที่ข้าสงสัยพร้อมกับความปรารถนาบางอย่างที่ข้ารู้สึกไม่อยากละสายตาจากเขาได้เลย

“สาวน้อย ระวัง!” War Mage ตะโกนเตือนข้า
ออคร่างใหญ่รวมชุดเกราะหนาเตอะวิ่งฝ่ากับดักของข้ามาได้ มันง้างกระบองขึ้นพร้อมกับอ้าปากร้องเสียงดังลั่นหมายที่จะฟาดข้าให้สิ้นชีพในคราเดียว
แต่ข้าแค่เล็งไม้คฑาใส่มัน พร้อมกับร่ายเวทย์ต้องห้ามที่ไม่ให้ใช้กับมนุษย์ด้วยกัน แต่เอามาใช้กับสิ่งมีชีวิตอมนุษย์ได้ไม่ผิดกฎ
เวทย์เสน่ห์นั่นเอง
เจ้าออคตัวที่โดนเวทย์ของข้ารีบเอาไม้กระบองของมันวางลงกับพื้นทันที ตาของมันจ้องมองมาที่ข้าด้วยความหลงไหลผิดนิสัยของมัน
“ช่วยจัดการพวกของเจ้าแทนข้าทีนะ” ข้าสั่งมันออกไป
“ขอรับ นายหญิง” มันก้มหัวให้ข้าก่อนที่จะหยิบกระบองแล้วก็วิ่งไปหวดโจมตีพวกเดียวกันเองที่ตามหลังมาติดๆ
“อ้าวเฮ้ย เจ้า เป็นอะไรของเจ้าเนี่ย มาโจมตีพวกข้าทำไม!” ออคตนหนึ่งตะโกนเสียงดังลั่นด้วยความตกใจ
“ถ้าข้าจัดการพวกเจ้าได้แล้ว ข้าจะได้ไปฮันนีมูนกับที่รักของข้า ดื่มนํ้าผึ้่งพระจันทร์ที่ฮาวาย ก่อนที่จะไปซื้อลูกชิ้นกินที่ปารีส โรแมนติกจริงๆ แฮ่” มันพึมพำด้วยนํ้าเสียงเคลิบเคลิ้มแต่การโจมตีใส่พวกเดียวกันยังเหี้..มโหดเหมือนเดิม
“ใครก็ได้จัดการมันที มันเป็นหนอนบ่อนไส้ อ๊ากกกกก!” ออคตัวที่ร้องออกมาได้สิ้นชีพลงเพราะว่าหัวของมันหลุดออกจากบ่าเพราะผลจากพวกเดียวกันเป็นที่เรียบร้อย
“เสร็จแล้วก็จะไปกินปลาทูที่มัลดีฟส์ ฮี่ๆ” เจ้าตัวที่ยังโดนข้าสะกดจิตยังเคลิ้มไม่เลิก
ว่าแต่ มัลดีฟสืเอย ฮาวายอะไรเอย มันคืออะไรกันละเนี่ย ข้าไม่เคยได้ยินเลยนะ ข้าคิดคำพูดของออคอย่างสงสัย
แต่ข้าก็ไม่ปล่อยให้ความสงสัยทำลายสมาธิของข้า เมื่อพวกของมันได้ล้มตายจากไปเพราะผลจากการสะกดจิตของข้า ข้าได้เล็งเวทย์โจมตีไปที่หัวของมัน ก่อนที่จะดับชีพข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ต่อข้าเมื่อสักครู่นี้ให้ตายตามพรรคพวกของมันไป ข้ายิ้มและมองดูผลงานของข้าที่ล้มระเนระนาดไปทั่วบริเวณ
“ว้าว การโจมตีของเจ้านี่้สุดยอดจริงๆ” War Mage เดินมาหาข้า ดูเหมือนว่าเขาจะจัดการศัตรูฝั่งของเขาจนหมดสิ้นแล้วเช่นกัน
“ข้าบอกแล้วไง ข้าคือจอมเวทย์ Sorceress ที่เก่งที่สุดในแผ่นดินนี้” ข้ายืดอกด้วยความภาคภูมิใจ
“ข้าชักถูกใจเจ้าแล้วสิ สนใจจะมาเคียงข้างข้าไหม” เขาถามข้า
ด้วยคำพูดประโยคเดียวของเขาทำให้ข้าใจเต้นระสํ่าระส่าย ข้าคิดอะไรอย่างอื่นแทบไม่ออกเลยนอกจากคำพูดของเขา ข้ารู้สึกได้ว่าใบหน้าของข้ามันร้อนฉ่าขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
“อะ อะ อะ อะไรนะ” ข้าถามเขาอย่างรวดเร็วจนลิ้นแทบพันกัน ข้าไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนในชีวิตเลย
“พลังของเจ้าสังหารพวกออคได้ดี ประตูมิติที่นี่้ก็เปิดแล้ว อีกเดี๋ยวมันก็เปิดอีกแน่ ข้ากับเจ้าสามารถร่วมมือกันป้องกันพวกออคได้เลยนะ” เขายิ้มให้กับข้า
ใจของข้าห่อเหี่ยวเล็กน้อยเมื่อเขาหมายถึงอะไร
“ฮะ ฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ขะ ขะ ข้าก็นึกว่าอะไร ทะ ทำไมจะไม่ได้ละ พลังของข้ามะ มีไว้เพื่อปวงชนอยู่แล้ว ถะ ถ้าเจ้าบอกมาแบบนั้นละก็..”
มือของเขาโอบที่หัวไหล่ของข้าก่อนที่จะดึงตัวข้าให้เข้าไปใกล้เขามากขึ้น ข้ามองเห็นใบหน้าของเขาได้อย่างชัดเจนและเพิ่งสังเกตเห็นดวงตาของเขาซึ่งข้าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสายตาของเขามีความหมายลึกซึ้งอย่างอื่นแน่ๆ หน้าอกของข้าเกือบที่จะชิดกับแผ่นอกกล้ามโตของเขา ข้ารู้สึกกังวลเหลือเกินว่าเสียงใจที่เต้นดังตูมตามอันน่าอายของข้าจะทำให้เขาได้ยิน ใบหน้าของข้าร้อนทั่วไปหมด ข้าไม่อาจละสายตากับเขาได้เลย
“และข้า ต้องการเจ้า” เขายิ้มให้กับข้า
หัวของข้าโล่งไปหมด ข้าจ้องมองใบหน้าของเขาราวกับว่าข้าต้องการที่จะจ้องมองดูเขาไปตลอด ข้าไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมข้าถึงคิดแบบนี้ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ความรู้สึกภาคภูมิใจในเกียรติยศของ Sorceress มันหายไปหมด ข้าไม่ต้องการอะไรอย่างอื่นอีกแล้ว นอกจากต้องการเคียงข้างชายผู้นี้
“ขะ ข้ายินดีที่จะร่วมทางกับเจ้า” ข้าตอบตกลงโดยที่ข้าไม่คิดอะไรเลยแม้แต่น้อย
ลมหายใจของข้าหนักหน่วงขึ้น ข้าจ้องมองดูริมฝีปากของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ ข้าสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเขา เขาค่อยๆ โน้มตัวลงมา ริมฝีปากของเขากำลังจะประกบกับริมฝีปากของข้า แม้ว่าข้าจะตกใจอยู่บ้างที่เขารุกเข้ามาหาข้าแบบนี้ แต่ข้าก็ไม่รู้สึกอยากปฏิเสธเลย ตรงกันข้าม ราวกับว่าใจของข้าก็ต้องการสิ่งนี้อยู่แล้ว
ข้าหลับตาลงและพร้อมที่จะมองความรู้สึกของข้าให้กับเขา
โครม!
เสียงหินร่วงหล่นถล่มลงมาจนทำให้ข้ากับเขาต้องรีบผละออกจากกัน เมื่อเราทั้งสองคนมองไปยังต้นเสียง พบว่ายังมีฝูงออคอีกฝูงที่เพิ่งจะพังหินที่ขวางทางประตูมิติของพวกมันออกมา พวกมันต้องมองดูร่างอันไร้วิญญาณของพวกมันก่อนที่จะหันหน้ามามองพวกเราด้วยสายตาที่เคียดแค้น
“ดูเหมือนว่าเราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญแล้วสิ” เขาเอ่ยออกมา สายตาของเขาเหลือบมองดูเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ ข้าเพิ่งสังเกตได้ว่าบนแก้มของเขาก็มีสีแดงอ่อนจางๆ เหมือนกัน มันช่างดูน่ารักเสียเหลือเกิน
“ขะ ข้าก็ว่าอย่างนั้น โดยเฉพาะตัวที่อยู่ข้างหลัง” ข้าจ้องมองดูศัตรูร่างใหญ่ที่อยู่หลังพวกออค
มันเป็นออคขนาดใหญ่ที่มีสีลำตัวสีเขียวอ่อนสว่างผิดปกติ ข้ารู้ว่าตัวของมันต้องได้รับพลังเวทย์เข้าไปจนทำให้ร่างของมันใหญ่โตขนาดนี้ มันเองก็จ้องมองพวกเราทั้งสองคนอย่างโกรธเกรี้ยวไม่ต่างจากตัวอื่นๆ
“ตัวนั้นข้าไม่เคยเห็นซะด้วยสิ” War Mage ยิ้มออกมาด้วยความดีอกดีใจ “เรามาสนุกกันดีไหม สาวน้อย”
ข้ารวบรวมพลังเวทมนต์ของข้าเพิ่มขึ้่นไปอีก พร้อมกับกระซับไม้คฑาของข้าให้มั่นขึ้น
“ข้าพร้อมเคียงข้างท่านเสมอ” ข้ายิ้มออกมาด้วยความรู้สึกที่ดีอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
“ถ้าอย่างนั้น เราไปกันเถอะ” เขาเอ่ยก่อนที่จะพุ่งตัวไปข้างหน้า
“ข้าไม่ยอมให้เจ้าทำแต้มก่อนข้าหรอกนะ” ข้าเองก็วิ่งไล่ตามเขาไปเช่นกัน
ฝูงออคกำลังวิ่งเข้ามาหาพวกข้าทั้งสอง แม้ว่าพวกมันจะมีอาวุธหนักมากมายเพียงใด มีปริมาณมากแค่ไหน หรือจะตัวใหญ่มีอิทธิฤทธิ์ยังไง แต่ข้ามั่นใจได้ว่า ถ้าข้าเคียงคู่กับบุรุษผู้นี้ เราสองคนต้องสามารถขัดขวางพวกออคได้อย่างแน่นอน
ขะ ข้าไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลยนะ ขะ ข้าแค่ชอบอยู่กับเขาเฉยๆ

To Be Continued in full game.

Orcs Must Die! 2
ลิ้งหน้าร้านค้า – http://store.steampowered.com/app/201790/

หมายเหตุ
เนื้อเรื่องนี้เป็นการสมมุติขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องหลักแต่อย่างใด

ข้อมูลสำหรับเจ้าของร้านอินเตอร์เน็ต
– Orcs Must Die! 2  นั้นภาคแรกตัวแทนคือ Newera ซึ่งภาค 2 ยังไม่ทราบเหมือนกันว่าทาง Newera จะนำเข้ามาขายไหม แต่ในลิสต์รายชื่อเกม Coming Soon ยังไม่มีชื่อเกมนี้ ฉะนั้นตอนนี้สามารถซื้อลงร้านได้เลยครับ
– กินสเปคเทียบเท่าภาคแรก หากเล่นเกมออนไลน์ได้ต้องเล่นเกมนี้ได้ครับ
– มีโหมด CO-OP เล่นพร้อมกันสองคน แต่ต้องเชื่อมต่อเนตเท่านั้น lan ไม่ได้ (สรุปคือต้องซื้อ 2 ชุด)
– การเล่นด้วยกันนั้นแนะนำให้แอด ID STEAM เป็นเพื่อนกันเพื่อสะดวกในการชวนมาเล่น เพราะไม่มีการตั้งห้องแบบเกมออนไลน์ เกมนี้โหมด co-op เน้นให้เล่นกับเพื่อนที่รู้จัก (ทาง steam) มากกว่า
– สามารถเล่นคนเดียวได้ (ชุดเดียวลงได้ทั้งร้าน) โดยเล่นสองคนปริมาณศัตรูจะเยอะกว่าเล่นเดียว

Comments

comments